
พิธา ชี้แจงแล้ว กรณีถือหุ้นสื่อมวลชน เผย ไม่ใช่ของผม
จากกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ออกมาเปิดเผยว่า เตรียมยื่นร้องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีการตรวจสอบพบข้อมูลที่น่าเชื่อได้ว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้นว่า อาจเข้าข่ายส่อขาดคุณสมบัติ ลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) บัญญัติห้ามมิให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชี้แจงกรณี การถือหุ้นสื่อมวลชน ITV หลังนางเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เตรียมยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3)
นายพิธา ทวิตเตอร์ระบุว่า "ต่อกรณีหุ้น ITV ผมไม่มีความกังวลเพราะ ไม่ใช่หุ้นของผมเป็นของกองมรดก ผมเพียงมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดก และได้ปรึกษาและแจ้งต่อ ป.ป.ช. ไปนานแล้ว
ทีมกฎหมายพร้อมเตรียมการชี้แจงอยู่แล้วเมื่อ กกต.ส่งคำร้องมา เรื่องนี้อาจมีเจตนาสกัด #พรรคก้าวไกล ซึ่งไม่ต้องการเห็นการ #ทลายทุนผูกขาด ในประเทศนี้"
นายพิธา กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่จะถูกสกัด เพราะขณะนี้พรรคก้าวไกลมาแรงที่สุด ขอให้ผู้สมัคร ทีมงาน หัวคะแนนธรรมชาติ และประชาชนผู้สนับสนุนทุกคน อย่าหวั่นไหว อย่าเสียสติกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ตนขอให้ทุกคนมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรจะมาขัดขวางก้าวไกลเราได้อีกแล้ว
ภาพจาก Pita Limjaroenrat - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
เรียบเรียง Siamnews