บริษัทดังซัดโซเชียล ขอให้ลบโพสต์ที่ทำให้เข้าใจผิด หลีกเลี่ยงการดำเนินคดี

บริษัทดังซัดโซเชียล ขอให้ลบโพสต์ที่ทำให้เข้าใจผิด หลีกเลี่ยงการดำเนินคดี

19 สิงหาคม 2565 ภายหลังบริษัท มีการเปิดเผยเรื่องราวความสำเร็จด้านการลงทุนของตัวแทนรายหนึ่ง โดยระบุว่า 3 เดือน สร้างเงิน 15 ล้าน เด็กบ้านนอกกำเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต จากการขายออนไลน์ จากการลงทุนแค่ 6,000 บาท ส่งผลให้ผู้คนในสังคมออนไลน์ ตั้งคำถามต่อเนื่อง

ล่าสุดบริษัทดังกล่าว ออกประกาศสำคัญผ่านทางแฟนเพจของบริษัทระบุว่า

เนื่องจากกระแสข่าว และเรื่องราวที่ถูกแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว มีถ้อยคำหรือเนื้อหาที่อาจทำให้ผู้อ่าน หรือผู้รับสารสื่อออนไลน์ เกิดความเข้าใจผิด ว่า Primaya หรือตัวแทนฝ่ายขาย และผู้เกี่ยวข้อง ในทำนองว่าประกอบธุรกิจที่หลอกลวงประชาชนผู้บริโภค ซึ่งทำให้ Primaya หรือตัวแทนฝ่ายขาย และผู้เกี่ยวข้อง เสื่อมเสียชื่อเสียงและได้รับความเสียหายทางธุรกิจ อันเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย โดยขณะนี้ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงใจเบื้องต้นแล้ว

เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการทางคดี และระงับยับยั้งความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นฝ่ายกฎหมายของPrimaya จึงขอให้ท่านลบข้อความหรือโพสต์ดังกล่าวทันที และขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

ด้าน น.ส.พิชญ์นรี ตันติวิทย์ หรือ เม พรีมายา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีม่า มายา จำกัด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า

คนที่ไม่เคยเข้ามาอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครเข้าใจว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง และคงไม่มีใครเข้าใจว่า อาชีพนี้ สังคมแม่ค้าออนไลน์ สามารถสร้างความสำเร็จได้มากมาย ซึ่งมีให้เราเห็นกันจนเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำไป

สำหรับเม การที่เมสร้างเเบรนด์พรีมายาขึ้นมาได้จนถึงทุกวันนี้ จุดนึงเลยคือเมให้ความสำคัญกับคนที่มีทุนน้อย แต่อยากมีรายได้ มีความตั้งใจ และพร้อมเรียนรู้ เหมือนกับเม เราสนับสนุนทุกการเรียนรู้ ไม่ให้เอาเงินมาลงทุนเยอะๆ สังเกตได้จากโปรโมชั่นการเปิดบิลแรก เป็นตัวแทน เพียงแค่ 5กล่อง 10กล่อง ก็เริ่มเข้ามาเรียนรู้ในแพลตฟอร์มต่างๆ ของพวกเราได้ และตัวแทนส่วนใหญ่ที่อยากเริ่มขายก็มาจากลูกค้าที่ทดลองสินค้าของเมแล้วทั้งนั้น เมกล้าพูดได้เลยว่าสินค้าของเมมีคุณภาพ และเห็นผล ไม่งั้นไม่สามารถขายติดตลาดมาได้ยาวนานขนาดนี้

ในส่วนประเด็นเรื่องรถ เมขอตอบตรงนี้เลยว่า น้องยังไม่ได้ซื้อนะคะ ช่วงนี้น้องยังต้องนำเงินที่ได้จากการขายมาดูแลครอบครัว ปรับปรุงบ้านให้ครอบครัว วันนั้นน้องก็แค่ไปดูรถพร้อมกับเมและคนอื่นๆด้วยความที่น้องก็อยากได้ เป็นรถในฝันที่น้องอยากไปเห็นด้วยตัวเอง และเก็บมาเป็นเป้าหมาย เพื่อสร้างแรงผลักดันให้กับตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะที่น้องจะได้ถ่ายรูปคู่กับรถในฝัน หรือสิ่งที่น้องอยากได้ เราเองก็ยังทำเลยค่ะกับการถ่ายรูปกับของหรือสิ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนชีวิตเราให้ได้ดีกว่าเดิม

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ