ทอมเล่า แฟนมีคนใหม่แล้ว ก่อนพูดเป็นลางร้าย ว่ามาลา สุดท้ายเศร้าทั้งครอบครัว

ทอมเล่า แฟนมีคนใหม่แล้ว ก่อนพูดเป็นลางร้าย ว่ามาลา สุดท้ายเศร้าทั้งครอบครัว

จากกรณีเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ร.ต.อ.ทนงศักดิ์ อินผดุง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ภายในรีสอร์ทให้เช่ารายวัน แห่งหนึ่ง(ฟอร์เร้นท์ พูลวิลล่า) ภายในซ.เทพประสิทธิ์ 5 หมู่ 11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลับแจ้งจีงนำกำลังตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คนทราบชื่อนางสาวพัสนันท์ จันทรประทักษ์ อายุ 29 ปี (สาวทอม) ชาว จ.ร้อยเอ็ด นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนเตียงนอน มีบาดแผลถูกมีดแทงที่ลำคอและท้อง ใกล้กันบริเวณข้างเตียง พบศพ น.ส.ราตรี ศรีวิบูลย์ อายุ 24 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด เช่นกัน ถูกแทงที่คอและซี่โครงซ้าย

นอกจากนั้นพบมีดพับขนาดกลางตกอยู่ที่เตียงนอนหลังพลิกศพนางสาวพัสนันท์ที่นอนทับมีด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งเก็บหลักฐานต่างๆในห้องเกิดเหตุ

จากการสอบสวนนายไพโรจน์ ศรีวิบูลย์ น้องชายนางสาวราตรี ผู้เสียชีวิต ให้การว่า ผู้ตายทั้งคู่คบหากันมานานกว่า 7 ปี พี่สาวทำงานเป็นพนักงานโรงงานอยู่ใน จ.ชลบุรี ส่วนแฟนทอมของพี่สาวไม่มีอาชีพแยกกันอยู่กับพี่สาว โดยยังพักอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ส่วนตนและญาติอีก2คน ทำงานอยู่ใน กทม. ทุกคนบ้านเดิมอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนเกิดเหตุได้นัดรวมตัวกันมาเที่ยวที่เมืองพัทยา จากนั้นเดินทางมาพักที่ห้องพักดังกล่าวโดยเข้ามาตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้(20 มิ.ย.) โดยมาพักกันในหมู่ญาติพี่น้องรวมทั้งนางสาวพัสนันท์แฟนทอมของพี่สาวตนรวม 5 คน ซึ่งเมื่อวันก่อนยังนั่งกินเหล้ากันตามปกติจนกระทั่งเข้านอน พอตื่นมาประมาณ 11.00 น.วันนี้( 21มิ.ย.) จะเข้าไปปลุกพี่สาวกับแฟนทอมเพื่อเตรียมตัวกลับ ก็มาเจอว่าเสียชีวิตจมกองเลือดทั้ง2คน ซึ่งตนนั้นไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกัน แต่แฟนทอมของพี่สาวเป็นคนขี้หึง

วันนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเกิดของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน โดยเดินทางไปที่บ้านของ น.ส.ราตรี ศรีวิบูลย์ ที่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 9 บ้านดงเค็งแสบง ต.ปอภาร อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด พบว่าทางญาติๆและเพื่อนบ้าน ยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้มาช่วยกันจัดเตรียมงานและสถานที่เพื่อรอรับศพซึ่งบิดาของ น.ส.ราตรีได้เดินทางไปรับศพลุกสาว ส่วนมารดาทำงานอยู่กรุงเทพฯ ทางด้านนางเสาว์ วาดพนม อายุ 83 ปี คุณยายของ น.ส.ราตรี เผยว่า สำหรับการเดินทางลงไปรับศพหลังจากทราบข่าวพ่อได้เดินทางไปเดินลำพัง เพื่อไปรับแม่ของผู้ตายซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯโดยทำหน้าที่แม่บ้าน และโรงเรียนปิด ก็กลับมาทำนาเมื่อไม่มีแนวโน้มว่าจะเปิดเรียน จึงได้ก็ลงไปกรุงเทพฯเพื่อเก็บเสื้อผ้าแต่ปรากฏว่าเมื่อถึงกรุงเทพฯยังไม่ทันได้เก็บเสื้อผ้าก็ทราบข่าวลูกถูกฆ่าตายซึ่งคงจะเดินทางไปรับศพ ของลูกขึ้นมาที่บ้าน และผู้ตายเป็นความหวังไว้ว่าจะทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัวเนื่องจากเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีแต่กลับมาถูกฆ่าตายเสียก่อนจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนเศร้าโศกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสำหรับกรณีแฟนของหลานสาวซึ่งเป็นทอม มีการคบค้าสมาคมกับมานานตั้ง 7- 8 ปี มีการไปมาหาสู่กันเป็นประจำ และมีการวางแผนที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายลักษณะนี้

ยายที่ดูแลการจัดสถานที่ ที่บ้านเพื่อรอรับศพพร้อมกับญาติๆ กล่าวว่า เสียใจทึ่สุด ที่หลานถูกฆ่าตายก่อนในขณะจบแล้ว และกำลังตั้งใจหาเงินใช้หนี้ยืมเรียนยังไม่หมดก็ถูกฆ่าตายหลังจากรับปริญญาแค่ 2 เดือน กำลังหาเงินช่วยครอบครัวใช้หนี้ ปัญหาก็ตามมา. และถูกฆ่าตายจากคนที่ตั้งความหวังร่วมกันไว้สูง ถึงขนาดสร้างบ้านตัวเองเสร็จแล้ว เคยมาพักด้วยซื้อเครื่องไฟฟ้า ตู้เย็น ทีวี ให้หมด และวางแผนจะสร้างบ้านให้ ก่อนที่วางแผนจะมาขอ ซึ่งยังไม่มีการตกลงรับปาก ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน โดยก่อนเดินทางไปเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ก็มาบอกว่าจะลงไปหาพี่ชาย แต่บอกว่าจะไม่ไปหาแฟน เพราะรู้ข่าวว่ามีแฟนใหม่และอยู่ด้วยกันแล้ว และแถมบอกเป็นลางว่า ไปแล้วจะไม่กลับมาอีก โดยคิดไม่ถึงว่าจะไปพบกัน แต่หลัวฆ่ากันตาย นับเปีนเรื่องเศร้าที่คาดไม่ถึงและรับไม่ได้ ซึ่งหลังทราบข่าว พ่อก็เดินทางลงไปสมทบกับแม่ ซึ่งลงไปก่อนเพื่อตามงานที่เป็นแม่บ้านโรงเรียนแห่งหนึ่งในกทม.ซึ่งปิดหนีโควิด พื่อเดินทางไปรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน.” ยายฝ่ายหญิงกล่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ น.ส.พัสนันท์ จันทรประทักษ์ ที่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 10 บ้านหัวหนอง ต.สีแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของ น.ส.ราตรี ประมาณ 12 กม. พบว่ามารดาและญาติๆตลอดจนเพื่อนบ้านก็ได้มาช่วยกันเตรียมงานเพื่อรอการนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยบรรยากาศ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่ง นางทิพวรรณ มนตรีย์วรรณ อายุ 55 ปี มารดาของ น.ส.พัสนันท์ ยังคงอยู่ในอาการเสียใจโดยมีญาติคอยปลอบใจอยู่ใกล้ๆ นางทิพวรรณ บอกว่าเพิ่งทราบข่าว และเป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดที่จะเกิดขึ้นโดยลูกบอกว่าขอลงไปกรุงเทพฯไปหาแฟนก่อนแล้วจะกลับมาพาแม่และทุกคนไปเที่ยวทะเล โดยเฉพาะพี่ชายที่ทำงานอยู่ที่ มาบตาพุด จ.ชลบุรี แต่เมื่อไปแล้วกลับมาเกิดเหตุขึ้นซะก่อนซึ่งขณะนี้ยังทำอะไรไม่ถูก ว่าจะเตรียมตัวเดินทางไปรับศพลูกพรุ่งนี้เพื่อกลับบ้าน สำหรับความสัมพันธ์กับแฟนสาวมีการคบหากันมานาน ซึ่งมีการคบค้าสมาคมไปมาหาสู่กันบ่อยๆแม้แต่การสร้างบ้านก็ปรึกษาหารือกัน แม้แต่สีบ้านผ้าม่านแทบทุกอย่างก็ปรึกษาแล้วก็มาดูแลด้วยกันตลอดถึงแม้จะยังไม่ได้บอกว่าจะมีการแต่งงานกันหรือไม่เนื่องจากเคยถาม ลูกก็บอกว่ายังไม่มีแขน และอาจจะไม่จัดการแต่งงานเนื่องจาก จะมีที่นินทาของชาวบ้านที่ผู้หญิงด้วยกันมาแต่งงานกันจึงข้อมูลทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้ ส่วนสาเหตุของการฆ่ากันตายก็ไม่แน่ใจว่าอะไรคือสาเหตุ ถ้าจะบอกว่าเป็นเรื่องทะเลาะเบาะแว้งก็ไม่น่าจะรุนแรงขนาดนี้เพราะทั้งคู่เคยกระทบกระทั่งกันบ่อยๆและก็คืนดีกันบ่อย ก่อนลูกสาวจะเดินทางไปหาแฟนก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นลางบอกเหตุ แต่ดูเหมือนว่า เกรงว่าแฟนจะมีแฟนใหม่เท่านั้น ซึ่งเรื่องอื่นตนเองไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าอะไรคือต้นเหตุ

ไม่คิดว่าจะเกิด เรื่องร้ายร้าย เพราะ แม่เห็นทะเลาะกันบ่อย แต่ก็ทำความเข้าใจกันได้ บ้านหลังนี้ที่สร้าง ก็บอกว่าจะอยู่ด้วยกัน กับแฟน ตอนสร้าง ก็ช่วยกันดูแล เลือกสีบ้าน สีผ้าม่าน และแม้แต่สีที่นอน ล้วนใช้สีฟ้า ตามใจฝ่ายหญิง ครั้งนี้บอกแม่ว่า จะลงไปเที่ยวกรุงเทพฯ ไปหาแฟน ก่อนไปก็ดูเหมือนจะปกติดี และบอกว่ากำลังเที่ยวทะเลด้วยกัน มีการถ่ายรูป ไปเที่ยวทะเลด้วยกัน ไลน์ส่งกลับมาบ้านให้ดู บอกว่าทะเลาะกัน และทำความเข้าใจกันได้แล้ว อีกไม่กี่วันจะกลับ และก่อนเกิดเหตุก็ไลน์มาบอกแม่ว่าให้รอ จะรีบกลับมาเพื่อจะพาแม่ไปเที่ยวทะเลพร้อมกับพาพี่ชายที่ทำงานอยู่มาบตาพุด ไปเที่ยวด้วย ก็อุ่นใจ โดยไม่คิดว่า จะคิดสั้นถึงขั้นฆ่ากันตายแบบนี้ โดยก่อนไปก็ไม่เห็นว่าอะไร วันนี้ได้ข่าวรู้สึกช๊อค และจะลงไปพรุ่งนี้เพื่อรับศพลูกกลับมาบ้าน แม่สาวทอมกล่าว

ข่าวโดย สุพจน์ หินกอง จังหวัดร้อยเอ็ด

siamplaza
lazada

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ