รอกรมศิลป์ไม่ไหว วัดเจดีย์หลวง ซ่อมวิหารเอง

รอกรมศิลป์ไม่ไหว วัดเจดีย์หลวง ซ่อมวิหารเอง

ที่ วัดเจดีย์หลวง เทศบาล ต.เวียงเชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้มีการบูรณะซ่อมแซมหลังเกิดกรณีเสาอุโบสถที่เป็นไม้ได้แตกและผุกร่อนหลายต้นรวมทั้งบางต้นมีมอดเจาะ โดยความเสียหายกระจายเกิดขึ้นบนเสาเกือบทุกต้นประมาณ 52 ต้นและเสียหายหนักประมาณ 4 ต้น ทำให้โครงหลังคายุบตัวลงมา โดยช่างได้นำแผ่นโลหะหนามาประกบตั้งแต่ส่วนฐานไปจนถึงส่วนบนเพื่อค้ำยันเอาไว้ป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม และอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามจะทำการบูรณะให้มีความปลอดภัยก่อนจึงจะเปิดให้ประชาชนและผู้ที่เคารพสักการะพระประธานในวัดซึ่งเป็นพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์เข้าไปสักการะบูชา โดยในอุโบสถของวัดที่สร้างมาได้นานกว่า 676 ปีโดยพญาแสนภูพระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งรายมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ได้ตามปกติแต่มีการเตือนไม่ให้เข้าไปภายในหากเกิดฝนตกและมีพายุลมพัดแรงเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายได้

พระครูวิจารณ์ธรรมสุนทร เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง กล่าวว่าหลังการก่อสร้างอุโบสถวัดเจดีย์หลวงระหว่างปี 2557-2559 แล้วเสร็จแล้วก็พบว่าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ส่งมอบงาน โดยเมื่อวันที่ 2 พ.ค.62 ทางวัดได้รายงานสภาพปัญหาต่อกรมศิลปากรผ่านทางสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ แต่ก็ไม่มีการซ่อมแซมใดๆ กระทั่งเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมาก่อนจะทำพิธีในอุโบสถปรากฎว่าเกิดเสียงลั่นจากด้านบน และส่วนหลังคายุบลง ทำมีเสาเสียหายหนักจำนวน 4 ต้น มีสภาพแตกและมอดเจาะโดยทั่วไปทำให้ทางวัดนำป้ายและเชือกไปขึงเตือนเป็นเขตอันตราย แต่ประชาชนที่เดินทางไปเยือนต่างประสงค์จะเข้าไปกราบไหว้พระประธานในอุโบสถเพื่อเป็นสิริมงคลซักครั้งหนึ่ง ทางวัดจึงได้นำป้ายและเชือกออกแล้วโดยใช้การค้ำยันด้วยโลหะเพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันทางผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้เข้าไปตรวจสอบเพื่อจะช่วยแก้ไขแล้ว

การทำโครงสร้างโลหะเพื่อค้ำยันเสาไม้ของอุโบสถดังกล่าวดำเนินการโดยทางวัดและชาวบ้าน โดยมีช่างรับเหมาก่อสร้างรายหนึ่งที่มีจิตศรัทธาได้ช่วยนำคนงานและวัสดุอุปกรณ์เข้าไปดำเนินการให้ ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นคาดว่าคงจะหลายหมื่นบาทแล้วซึ่งงบประมาณที่ต้องนำมาจ่ายก็คงมาจากการจัดหาของคณะกรรมการวัดที่จะต้องระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาต่อไป เนื่องจากทางสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ แจ้งว่าได้นำเสนอเรื่องนี้ให้ทางกรมศิลปากรได้เร่งรัดอนุมัติงบประมาณมาดำเนินการให้แล้วแต่อยู่ระหว่างรอผลการนำเสนออยู่ แต่ทางวัดเห็นว่าระหว่างที่รอการช่วยเหลือนี้ก็ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยไว้ก่อน

ความปลอดภัยนั้นมีทั้งต่อคนที่จะเข้าไปภายในและต่อพระพุทธรูปที่อยู่ภายในทั้งพระพุทธรูปเก่าแก่อื่นๆ ที่อยู่ภายใน และพระเชียงแสนสิงห์หนึ่งที่เป็นพระประธาน เพราะไม่สามารถย้ายออกมาได้เนื่องจากสร้างจากการก่ออิฐถือปูนที่ติดแน่น หากเกิดการยุบตัวลงมาของวิหารก็จะทำให้เกิดความเสียหายอันประเมินค่าไม่ได้เพราะเป็นพระพุทธรูปที่สร้างมาคู่กับวัดและเจดีย์หลวงตั้งแต่อดีต คงต้องขอให้ทางช่างได้ซ่อมแซมค้ำยันเสาไปเรื่อยๆ ปัจจุบันดำเนินการมาแล้ว 4-5 วันคาดว่าจะค้ำยันต่อไปอีก 4-5 ต้นเพื่อให้เกิดความแข็งแรงไม่ก่อให้เกิดอันตรายไปจนกว่าทางกรมศิลปากรได้เข้ามาช่วยเหลือต่อไป เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง กล่าว

สำหรับวัดเจดีย์หลวงเคยเสียหายหนักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 54 วัดความแรงตามมาตราวัดริกเตอร์ได้ 6.7 มีศูนย์กลางอยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา และเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 57 วัดความแรงได้ 6.3 มีศูนย์กลางอยู่ที่ จ.เชียงราย โดยเฉพาะในปี 2554 ทำให้ส่วนยอดของพระธาตุพังตกลงมา

นอกจากนี้เมื่อเดือน ธ.ค. 62 ที่ผ่านมาเกิดพายุพัดกระหน่ำ อ.เชียงแสน ทำให้ต้นไม้ล้มหลายต้น ทางนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ออกมาเปิดเผยขอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของกรมศิลปากร อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมานายไกรสิน อุ่นใจจินต์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 กรมศิลปากร ได้ไปตรวจสอบพื้นที่และระบุว่าเป็นงบประมาณอุดหนุนที่มอบให้วัดดำเนินการโดยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุต่างๆ เรียบร้อย ส่วนไม้ใช้ไม้เต็งรังที่เป็นไม้เนื้อแข็งแต่เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นก็จะได้ทำแบบแปลนใหม่เสนอให้อธิบดีกรมศิลปากรอนุมัติซ่อมแซมแล้ว

เรียบเรียงโดย ณัฐวัตร ลาพิงค์ ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จ.เชียงราย

lazada

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ