แม่น้องต้นข้าวเปิดใจ หลังลูกสาวต้องกระเตงน้องไปโรงเรียนด้วย

แม่น้องต้นข้าวเปิดใจ หลังลูกสาวต้องกระเตงน้องไปโรงเรียนด้วย

5 ชีวิตสุดรันทด ตากลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง แม่ซึ่งหย่าขาดกับพ่อเป็นผู้หาเลี้ยงทั้งครอบครัว กลางวันต้องกลับมาป้อนข้าวพ่อ ลูกสาวเรียนชั้น ม 1 ต้องใช้รถเข็นนำน้องวัยแต่ขวบเศษไปโรงเรียนด้วย ระยะทางกว่า 1 กม น้องชายอีกคนป่วยต้องฟอกไตทุกสัปดาห์ ครูช่วยกันเลี้ยงกลายเป็นขวัญใจของโรงเรียน

ชีวิตรันทดรายนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นโดยผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Pukpik Benjawan ได้โพสต์เรื่องราวและภาพของเด็กชายวัยขวบเศษ ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ สว่างแดนดิน จ สกลนคร โดยระบุข้อความว่า ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ เมื่อแม่กับพ่อแยกทางกัน แม่จะต้องหาเงินเพื่อมาเลี้ยงลูกอีก 2 คน ทำให้ไม่มีใครเลี้ยงน้องชาย พี่สาวก็ต้องเอาน้องมาเลี้ยงที่โรงเรียนเพื่อให้แม่ไปทำงานจะได้มีเงินมาซื้อข้าวกิน ด้วยตัวเราเป็นครูประจำชั้นก็ต้องดูแลช่วยอีกแรง ทั้งครูที่อยู่ในสายมัธยมด้วยกันเปลี่ยนเวรกันดูแลเพื่อให้พี่สาวได้เรียนหนังสือ ชีวิตน่าสงสารในโลกใบนี้ ยังมีคนที่ลำบากกว่าอีกเยอะแยะแม่ครู พ่อครูช่วยหนูได้เท่านี้ ใครสงสารหรืออยากช่วยเหลือนม หรือแพมเพิร์สช่วยเหลือได้นะ หรือฝากกดแชร์เผื่อผู้ใจบุญอยากช่วยเหลือน้อง ๆ มีผู้ให้ความสนใจติดตามเป็นจำนวนมาก

ความคืบหน้าของเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าว จ.สกลนคร เดินทางไปที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.สว่างแดนดิน พบว่าเป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียน 374 คน ครู อาจารย์ 22 คน พบเด็กหญิงคนหนึ่ง กำลังเข็นรถโดยมีเด็กชายอายุ 1 ขวบเศษ เข้ามาในโรงเรียน ซึ่งเป็นที่ทราบกันทั้งโรงเรียนว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวคือน้องต้นข้าว (นามสมมติ) เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะต้องนำรถเข็นนำน้องชายเข้ามาในโรงเรียน เพื่อให้เพื่อนๆและคุณครูช่วยกันเลี้ยงดู โดยทุกคนก็เห็นว่าเด็กชายที่อยู่ในรถเข็น เป็นขวัญใจประจำโรงเรียนไปแล้ว ต่างเข้ามาหยอกล้อด้วยความเอ็นดูเพราะทุกคนก็รู้สึกเห็นใจในชีวิตครอบครัวของน้องต้นข้าว ทุกคนเข้าใจว่าชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่ถ้าเลือกที่จะสู้ทุกคนก็จะเป็นกำลังใจให้เสมอเพราะคนไทยไม่ทิ้งกัน

น้องต้นข้าว บอกว่า มีความจำเป็นต้องเอาน้องมาเรียนด้วย เนื่องจากคุณแม่ต้องไปทำงานและที่บ้านก็ไม่มีใครดูแลน้อง ซึ่งหลังจากที่พาน้องมาเรียนด้วยก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร โดยทั้งเพื่อนๆที่โรงเรียนและคุณครูต่างก็รักและเอ็นดูน้อง และต่างก็พากันช่วยเลี้ยงน้องของเธอด้วย โดยน้องก็ชอบที่จะอยู่กับคุณครูอีกด้วย ขณะที่ นางสาว สมพร คำพิทูลย์ อายุ 30 ปี ผู้เป็นแม่กล่าวว่า มีความจำเป็นจริงๆเนื่องจากตนต้องไปทำงานไม่สามารถนำลูกไปทำงานด้วยได้ ขณะที่พ่อของตนก็ป่วยนอนติดเตียงไม่สามารถดูแลหลานได้ ซึ่งในครอบครัวมีเพียงตนเท่านั้นที่ทำงานหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งตนถือเป็นเสาหลักของครอบครัวโดยปัจจุบันทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน

ด้าน นายสุภพ พิลาโสภา ผอ.โรงเรียนบ้านบึงโน ต.บ้านต้าย อ.สว่างแดนดิน กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจครอบครัวของน้องต้นข้าว เพราะพ่อ กับแม่แยกทางกัน ต้องอาศัยอยู่บ้านญาติ ผู้เป็นตาต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียง เพราะเกิดอุบัติเหตุเมื่อ 3 ถึง 4 เดือนที่ผ่านมา ส่วนยายเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว ส่วนแม่ก็ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวรวมทั้งหมด 5 ชีวิต แล้วยังต้องกลับมาบ้านตอนเที่ยง เพื่อที่จะป้องอาหารให้กับตา น้องอีกคนที่เป็นน้องของแม่เด็ก ก็ป่วยเป็นโรคไตต้องฟอกไตทุกสัปดาห์ คงเหลือแต่น้องต้นข้าว ต้องนำน้องชายวัย 1 ขวบ 9 เดือน นั่งรถเข็นไปโรงเรียนด้วยทุกวัน และครู นักเรียนในโรงเรียนทุกคนต่างก็ทราบดี ซึ่งแม่ของน้องมีความคิดจะให้น้องต้นข้าวออกจากโรงเรียน เพื่อช่วยดูแลตาและน้อง ซึ่งตนและครูไม่เห็นด้วย อยากให้เรียนจบชั้น ม 3 ก่อน

ข่าวโดย สุริยา แก้วก่า ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดสกลนคร

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ