ชีวิตล่าสุด เด่น ดอกประดู่ หลังเร่ร่อน ตกงาน

ชีวิตล่าสุด เด่น ดอกประดู่ หลังเร่ร่อน ตกงาน

ภาพจำที่คนไทยมีต่อ เด่น ดอกประดู่ หรือ บรรพต วีระรัฐ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คงเป็นภาพอดีตตลกชื่อดัง เดินถือถุงปุ๋ยตุปัดตุเป๋แบบไร้จุดหมายอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมกับข่าวที่ว่า เด่น ดอกประดู่ ไม่รู้จะไปที่ไหน แต่เหตุผลที่ไปขอนแก่น ก็เพราะต้องหางานทำ

นอกจากนี้ หลายคนอาจมีภาพจำที่ว่า เด่น ดอกประดู่ ปรากฏตัวอยู่ในคลิปฟิตเนสฉาว ที่กลายเป็นข่าวฮือฮาเมื่อหลายปีก่อน จนเจ้าตัวต้องออกมายอมรับผ่านสื่อว่า คลิปดังกล่าวทำให้เขาไม่มีงานจ้างใดๆ เลย และต้นปี 2561 ก็ดันมีคนไปเจอ เด่น ดอกประดู่ ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งขณะนั้น เด่น ดอกประดู่ กำลังกวาดลานวัด ภายหลังจากที่เขาบวชเป็นพระมานานหลายสัปดาห์ บวชได้ 1 เดือนก็ลาสิกขา

ด้วยเรื่องราวข่าวคราวในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้หลายคนเข้าใจไปว่า อดีตตลกดังตกอับดับโชค แต่เมื่อทีมข่าวมีโอกาสได้พูดคุยกับภรรยาของเด่น ดอกประดู่ ต้องบอกเลยว่า ภาพจำในหัวที่เคยมี ได้ถูกลบล้างไปโดยหมดสิ้น

เราบอกเขาอยู่เสมอว่า อายุป่านนี้แล้ว ไม่ต้องไปกังวล ไม่ต้องไปสนใจอะไรแล้ว เพราะเราอยู่ได้อย่างสบายๆ แล้ว ลูกเราก็ดี โสด จบปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกา ดูแลเราสองคนเป็นอย่างดี มีเงินใช้ไม่เคยขาดมือ อยากกินอะไรก็ได้กิน เขาพร้อมพาเราสองคนพ่อแม่ไปได้ทุกที่ เจ๊ตือ บอกเล่าถึงชีวิตปัจจุบันของสามี

เมื่อถามว่า เงินที่อดีตตลกดังใช้ไม่ขาดมือนั้น มีรายได้มาจากทางใด

ภรรยาอันเป็นที่รักของเด่น ดอกประดู่ ได้อธิบายว่า เรามีธุรกิจของเราที่ทำกันมานานแล้ว นั่นก็คือ ดินเกษตร ไม่ลองไม่รู้ ซึ่งธุรกิจนี้มีรายได้ต่อเนื่อง และเป็นอาชีพที่ทำให้เราเลี้ยงดูครอบครัวมาได้จนถึงทุกวันนี้

อยู่ดีมีสุข ทำไมต้องออกไปร่อนเร่

เมื่อถามว่า เด่น ดอกประดู่ มีความสุข มีเงินใช้ แต่ทำไมต้องออกจากบ้านเร่ร่อนถือถุงปุ๋ย ขึ้นเหนือล่องใต้ จนเป็นข่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

เจ๊ตือ ให้คำตอบว่า เมื่อไหร่ที่เขารู้สึกน้อยอกน้อยใจลูกเมีย คิดมากนิดๆ หน่อยๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เขาก็จะออกจากบ้านไป บางทีก็ไปโผล่ภาคเหนือ บางทีก็ไปโผล่อีสาน ตอนแรกๆ เราก็ออกตามหาเพราะเป็นห่วงกังวล แต่พอบ่อยๆ ครั้งเข้า เราก็เลิกตาม เพราะเขา ไปได้ไม่นาน ประมาณ 1 ถึง 2 วัน ก็จะกลับมา รวมๆ แล้วเขาออกไปนับร้อยครั้งเห็นจะได้ แต่ไม่ว่าไปไกลแค่ไหน ก็กลับมาได้เองทุกครั้ง บางทีไปเชียงใหม่ แต่ไปได้ไม่ถึงวันก็กลับบ้านแล้ว

คนที่ไปเจอแกก็เข้าใจผิดไปว่า แกออกไปตกระกำลำบาก ถือถุงปุ๋ยเดินไปไหนมาไหน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย แกมีเงินในกระเป๋าสตางค์เป็นหมื่น ครั้งล่าสุดหายไปมีเงินติดตัวไปตั้ง ขอสงวนจำนวนเงิน แต่พอใครไปถาม แกก็บอกว่า ไม่มีเงิน เพราะกลัวว่าจะได้รับอันตราย แต่พอนักข่าวไปถาม หรือมีคนที่แกไว้เนื้อเชื่อใจไปพูดคุย แกก็จะบอกไปตามความเป็นจริง

เวลาแกอยู่บ้าน เรากับลูกจะเปิดดูกระเป๋าเงินแกตลอดว่า มีเงินอยู่เท่าไหร่ หากไม่มีเงิน หรือเงินใกล้หมด เราก็จะเติมเงินใส่กระเป๋าไว้ให้ อย่างน้อยเขาก็จะมีเงินติดกระเป๋าอย่างน้อยๆ 4 ถึง 5 พันบาท แต่ข้อดีของแกคือ เป็นคนไม่ฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เจ๊ตือ ภรรยา กล่าวถึงชีวิตล่าสุดของอดีตตลกดัง

เมื่อครั้งยังดังพลุแตก

ย้อนกลับไปสมัยที่ เด่น ดอกประดู่ ยังเป็นหนุ่ม ถือว่าเขาเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาดี และในสมัยที่เคยเป็นนักเรียนโรงเรียนดุริยางค์กองทัพเรือ เขาได้รับเลือกให้เป็นดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งของวงดุริยางค์ทหารเรือ

เมื่อเข้าสู่วงการบันเทิง เขาจึงได้นำสัญลักษณ์ ดอกประดู่ ของกองทัพเรือไทยที่ตนเองเคยเรียนมาใช้เป็นชื่อฉายาว่า เด่น ดอกประดู่

เจ๊ตือ ภรรยาอันเป็นที่รักของเขา บอกเล่าว่า ช่วงที่เขาโด่งดังมากที่สุด คือ ช่วงที่เล่นภาพยนตร์เรื่องเทพบุตรต๊ะติ๊งโหน่ง สมัยนั้นเขาหน้าตาดี และมีมุกตลกมากมาย เขาจึงได้เล่นบทพระเอก ผลปรากฏออกมาว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้คนดูชอบใจมาก ประสบความสำเร็จสุดขีด ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ถล่มทลายหลายสิบล้าน ซึ่งเป็นรายได้ที่สูงมากสำหรับภาพยนตร์ไทยในยุคนั้น

จากนั้น ภาพความทรงจำของคนไทยที่มีต่อ เด่น ดอกประดู่ ก็คือ ตลกเบอร์ต้นๆ คนหนึ่งที่มีดีกรีเป็นพระเอกหนัง และยังมีผลงานการแสดง ผลงานตลกอีกมากมาย จนมีคนจองคิวต่อเนื่องเป็นปี เช้าจรดกลางคืนไม่มีเวลาว่าง

กระทั่งต่อมาได้ผลิตรายการทีวี ไม่ลองไม่รู้ ออกอากาศทางช่อง 9 ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จนสามารถออนแอร์ยาวนานเกือบ 15 ปี

ความดีพันครั้ง พ่ายความผิดเพียงครั้งเดียว

ส่วนข่าวเมื่อปี 2558 ที่เป็นคลิปพริตตี้ ต้องบอกว่า ส่งผลกับความรู้สึกของเขาพอสมควร เพราะมันทำให้การงานของเขาเสียหาย จากคนที่เคยมองภาพเขาว่าเป็นตลกเล่นมุกสุภาพ ไม่หยาบโลน เป็นทั้งพระเอก เป็นทั้งตลก แต่เมื่อคลิปนั้นออกมา ภาพดีๆ ที่เคยมีก็ถูกลบไปหมดเลย ทั้งๆ ที่วันนั้นเขาไปทำงานเป็นพิธีกร เพื่อให้ความบันเทิง

นอกจากคลิปนั้น ก็คงเป็นวัยของเขาด้วย เพราะเมื่อเขาแก่ตัวลง ความสร้างสรรค์ ความคิด ไอเดียในการเล่นตลก คิดมุกก็ช้าลง ไม่ทันเด็กรุ่นใหม่ เจ๊ตือ ภรรยา บอกเล่าไปตามความจริง

หากวันใดที่เขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เราก็จะปลอบใจเขาว่า ทุกชีวิตล้วนมีขึ้นมีลง คนที่โด่งดังที่สุด สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จัก แต่มันขึ้นอยู่กับว่า จะช้าหรือเร็ว เพราะฉะนั้น จงมีความสุขกับปัจจุบัน อย่าไปยึดติดกับลาภยศชื่อเสียง เจ๊ตือ ภรรยาของเด่น ดอกประดู่ หรือในฐานะอดีตนักแสดงสาวชื่อดัง ทิ้งท้าย

ขอบคุณ ไทยรัฐ

ไม่พลาดทุกข่าวสาร รู้ลึก รู้จริงก่อนใคร ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ แอดมาเป็นเพื่อนกับเราได้ที่นี่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ