พ่อรอง ลั่นไม่เชื่อหมอ บอกให้ทำใจ แม่ทุม ป่วยระยะสุดท้าย อยู่ไม่เกิน 4 ปี

พ่อรอง ลั่นไม่เชื่อหมอ บอกให้ทำใจ แม่ทุม ป่วยระยะสุดท้าย อยู่ไม่เกิน 4 ปี

วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ทีมข่าวสยามนิวส์รายงานว่า พ่อรอง และ ยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี ลูกสาว ได้อัปเดตอาการแม่ทุมให้ฟังโดยเล่าว่า ตอนนี้มันดีเกินกว่าเหตุ ความดันเหลือ 130 ซึ่งเราอายุ 73 ปี หมอบอกความดันดี แล้วเบาหวานเหลือ 92 จาก 190 ก็พยายามทานทุเรียนน้อยลง

ยุ้ย แต่ก็อย่าประมาทนะ ต้องดูแลตัวเอง แต่คุณพ่อถ้าไม่ทำงาน คุณพ่อน่าจะป่วยกว่าเดิมเพราะคุณพ่อทำมาตั้งแต่วัยรุ่น วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านเขาจะเหงา เวลาไปกองถ่ายเขาจะได้เจอคน

พ่อรอง ยังรับงานตามปกติ

พ่อรอง มี 5 เรื่องในปีเดียว ทำงานทุกวันแล้วมีความสุขไม่เหนื่อย แต่พอวันไหนละครยกกองอยู่บ้านมันเหงาบอกไม่ถูก เรารู้ว่าชีวิตเราเกิดมาเพื่อการทำงานและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรารู้ว่า เรามีภาระที่ต้องรับผิดชอบอยู่ ถ้าเราไม่ทำงานให้ลูกดูแลแม่ทุมคนเดียวลูกจะจุกแน่ เพราะเขาก็ต้องดูแลครอบครัวเขา หลานสาวก็ยังเรียนอยู่ เรื่องแม่ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ถ้าหากเราได้ทำด้วย ก็จะได้แบ่งเบาภาระให้ลูกดูแลลูกไป ส่วนแม่พ่อดูแลเอง ไม่เหนื่อย ผมกะอยู่ถึงอายุ 99 ปี ไม่คิดเกษียณเลย หมอบอกอายุ 95 ให้ระวังคุณรองจะเริ่มไอเจ็บคอเล็กน้อย การทำงานทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นเพราะการทำงานทุกวัน

กองถ่ายมารับบ้าง แต่บางทีจะไปไหนเขาก็ขับรถเอง ไม่ค่อยบอก หัวเราะ

พ่อรอง ต้องบอกว่าเป็นคนที่ขับรถเองมาตั้งแต่หนุ่ม ใครขับให้ก็ไม่ได้ดั่งใจ ขนาดลูกขับก็ยังโดนดุ อยากให้แซงเขาก็ไม่แซง บอกว่าอันตราย

ยุ้ย ขนาดเมื่อวานหลานยังบอกว่าคุณตาขับรถเบาๆหน่อย ยิ้ม

พ่อรอง อยู่คนเดียวสบายใจ ยิ่งอยู่กับเพื่อน เพื่อนก็ไม่ขัด ดีนะแม่ป่วย ถ้าคุณทุมไม่เจ็บจะหนักกว่านี้อีก คนนั้นคุมยิ่งกว่าลูกอีก แต่ถ้าวันไหนรู้ว่าเลิกกองถ่ายดึกมากก็จะไม่ขับเอง ไกลๆก็ไม่เอารถไปนะ

ภาพจาก pptvhd36

พ่อรอง มีเคล็ดลับอะไร สุขภาพยังแข็งแรง

พ่อรอง หนึ่งเราต้องมีจิตใจสบาย ทำอะไรก็แล้วแต่สบายๆ ไม่เดือดร้อนใคร ออกกำลังกายบ้างตามสมควร พักผ่อนให้เต็มที่ แค่นี้ก็อยู่ได้นานแล้ว

อาการป่วยของ แม่ทุม ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

พ่อรอง หนูอาจจะต้องถามแบบนี้ไปอีก 5ถึง6 ปี คือโรคนี้หมอบอกอยู่ได้ 4 ปี ไม่มีใครอยู่เกิน 4 ปี แต่นี่จะ 8 ปีแล้ว แล้วทุกวันก็ยังแข็งแรง แต่ถามคุณหมอว่าเป็นยังไง เขาก็บอกระยะสุดท้าย ทุกวันไม่เชื่อหมอแล้ว เพราะบอกว่าระยะสุดท้ายมา 3 ปีแล้ว ทุกวันนี้ก็สลับกันไป ลูกบ้าง เราบ้าง แต่เมื่อวานไปทั้งพ่อทั้งลูก เวลาไปก็บอกเขาว่า พ่อรักแม่นะแล้วก็หอมแก้มเขาทุกครั้ง แม่แข็งแรงขึ้นนะอ้วนมากแล้วขาวผ่องเลย ซึ่งมันไม่น่าเชื่อเพราะเข้าโรงพยาบาลครั้งแรกผอมแล้วก็ดำ ตอนนี้สวยเลย ก็ไม่รู้นะว่าแม่ทุมรู้หรือเปล่า พอดีเราพูดกับเขาเราเหลือบตาไปมองโน่นมองนี่ แต่ยุ้ยบอกว่า หนูว่าแม่รับรู้

ยุ้ย ก็อย่างที่พ่อบอก ยุ้ยเชื่อว่าครอบครัวเราเป็นกำลังใจที่สำคัญให้แก่กันมาตลอด ตั้งแต่คุณแม่ยังไม่ป่วย ทุกคนในครอบครัวก็ช่วยเหลือกันทุกเรื่องอยู่แล้ว วันหนึ่งที่คุณแม่ป่วย ทั้งคุณพ่อ ทั้งยุ้ย ทั้งพี่ชาย ก็ไม่เคยปล่อยมือกัน แบ่งเบากันไปในแต่ละเรื่อง แล้ววันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือกำลังใจเรื่องคุณแม่เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นยังไง เพราะเราก็มีโอกาสได้ทำความเข้าใจกับโรคที่คุณแม่เป็น แต่มันก็ไม่มีใครคิดไปข้างหน้าหรอก ถึงเรารู้เราก็พยายามไม่คิด อะไรที่บวกเราก็คิดบวกไปก่อน แล้วทุกวันที่ไปหาคุณแม่ก็เห็นว่าผิวพรรรณผ่องใส แล้วคุณแม่ก็ยังดูดีอยู่ เราเจอแม่สดใสอยู่ เราก็จะไม่เอาเรื่องทุกข์ใจมาคุยกัน อย่างที่คุณพ่อบอกว่าสิ่งที่ทำให้แข็งแรงคือความคิดจากข้างใน จิตใจดี คิดบวก ก็เลยพยายามให้คุณพ่อมีความสุขจากหลานด้วย เพราะนอกจากคุณแม่ก็ยังมีคุณพ่อให้ดูแล เราคิดว่ากำลังใจสำคัญ นอกจากกำลังใจจากครอบครัวแล้ว ยังได้จากทุกคนขอบคุณด้วยนะคะ ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก เวลาไปไหน ทุกคนก็จะถามตลอดคุณแม่เป็นยังไง ฝากให้กำลังใจนะ มันเป็นสิ่งที่สร้างกำลังใจให้ครอบครัวเรามากๆ ก็ต้องขอบคุณทุกๆคนด้วยค่ะ

แม้จะอายุ 73 ปีแล้วก็ตาม แต่นักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ รอง เค้ามูลคดี ก็ยังรับงานในวงการอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม โดยให้เหตุผลว่าทำงานแล้วมีความสุข และยังได้มีค่าใช้จ่ายในการดูแล แม่ทุม ปทุมวดี เค้ามูลคดี ภรรยาที่ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาหลายปีแล้ว ขอให้แม่ทุมหายเร็วๆนะคะ

ไม่พลาดทุกข่าวสาร รู้ลึก รู้จริงก่อนใคร ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ แอดมาเป็นเพื่อนกับเราได้ที่นี่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ