แม่โวย โรงเรียนใช้ลูกชายวัย 10 ขวบยกยางมะตอย หกราดตัวเนื้อหลุด ผอ.ปัดไม่ได้สั่ง

แม่โวย โรงเรียนใช้ลูกชายวัย 10 ขวบยกยางมะตอย หกราดตัวเนื้อหลุด ผอ.ปัดไม่ได้สั่ง

เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2562 ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์รานงานว่า แม่ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ จูงลูกชายวัย 10 ขวบ ร้องศูนย์ดำรงธรรม ให้ช่วยตามตัวอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนที่เพิ่งเกษียณราชการมารับผิดชอบ หลังใช้งานลูกชายหิ้วถังใส่น้ำต้มยางมะตอยที่ร้อนจัด ก่อนประสบอุบัติเหตุยางมะตอยกระฉอกลวกแขน ผิวหนัง เนื้อหลุดลอก เป็นบาดแผลฉกรรจ์ นิ้วหยิกงอ ผ่านมา 2 เดือนเศษยังไม่มีความชัดเจน หวั่นลูกชายพิการ เพราะไม่มีเงินรักษา ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นางอนงค์ บุปผารักษ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 บ้านหนองพอก หมู่ที่ 2 ต.สะอาดไชยศรี อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ และญาติ พร้อมด้วยน้องต้นหนาว หรือ ด.ช.สรวิศ พงษ์สวัสดิ์ ลูกชาย วัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณแขนขวาและฝ่ามือด้านซ้ายมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ นิ้วมือหยิกงอ ผิดรูป เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อนายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมฯ เพื่อให้ช่วยตามตัวอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ มารับผิดชอบ

หลังใช้งานลูกชายหิ้วถังใส่น้ำต้มยางมะตอยที่ร้อนจัด ก่อนประสบอุบัติเหตุยางมะตอยกระฉอกลวกแขน ผิวหนัง เนื้อหลุดลอก เป็นบาดแผลฉกรรจ์ นิ้วหยิกงอ โดยมีนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมฯ และนายสนุน แจะหอม นิติกรประจำศูนย์ดำรงธรรมฯ เป็นผู้รับเรื่อง นางอนงค์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา น้องต้นหนาว หรือ ด.ช.สรวิศ พงษ์สวัสดิ์ ลูกชายได้ประสบอุบัติเหตุถูกน้ำต้มยางตะตอยลวกแขนและมือ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุเกิดขึ้นภายในโรงเรียน โดยอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเพิ่งเกษียณราชการไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ได้ใช้งานน้องต้นหนาวในช่วงพักกลางวัน เริ่มจากให้ไปกวนยางมะตอยที่กำลังต้มเดือดในปี๊บ

จากนั้นผอ.ได้ตักยางมะตอยร้อนๆใส่ถังพลาสติก ที่ตัดก้นออกโดยเหลือที่จับไว้ แล้วบอกให้น้องต้นหนาวถือถังพลาสติกใส่ยางมะตอยเดินตามไป เพื่อที่จะนำยางมะตอยที่เพิ่งต้มร้อนๆนั้น ไปเทกลบหลุมบนผิวถนนที่เป็นหลุมบ่อ ภายในบริเวณโรงเรียน นางอนงค์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากถูก ผอ.เรียกใช้งาน น้องต้นหนาวจึงไม่กล้าขัดคำสั่งเพราะกลัวถูกด่า จึงยอมทำตามที่ ผอ.บอก ขณะที่ถังใส่ยางมะตอยและที่ตรงที่น้องต้นหนาวจับนั้นเป็นพลาสติก พอถูกความร้อนก็เกิดการบีบรัดและหดตัว น้องต้นหนาวที่ใช้มือขวาถือถังใส่ยางมะตอยเดินตาม ผอ.ไป จึงรู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว มือที่ถือถังยางมะตอยร้อนๆจึงสั่นกระตุก ทำให้เนื้อยางมะตอยที่ข้นเหนียวและยังร้อนๆอยู่กระฉอก กระเด็นถูกแขน ตั้งแต่ต้นแขนและราดลงมาถึงข้อมือ จึงตัดสินใจวางถังลงและเอามือซ้ายปัดเนื้อยางมะตอยที่กระฉอกถูกแขนออก มือซ้ายจึงถูกยางมะตอยติดมือได้รับบาดเจ็บซ้ำอีก น้องต้นหนาวร้องไห้ด้วยความแสบร้อน แต่ผอ.กลับตะคอกใส่ว่าทำไมไม่รู้จักระวัง แล้วไล่ให้ไปล้างน้ำ น้องต้นหนาว ที่มีอาการปวดแสบปวดร้อน จึงได้เรียกให้เพื่อนช่วยแกะยางมะตอยที่ติดแขนออก เนื้อหนังก็หลุดออกมาด้วย

หลังทราบเรื่องน้องต้นหนาวได้รับบาดเจ็บ ถูกยางมะตอยลวก โดย ผอ.โรงเรียนในขณะนั้นใช้งานลูกมาบอก หลังจาก ผอ.พาน้องต้นหนาวไปให้หมอ รพ.ดอนจานตรวจ แต่หมอแจ้งว่าจะต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่ รพ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์มาก จากนั้นจึงเดินทางไปดูอาการลูก ที่รพ.ดอนจาน เห็นทีแรกก็ตกใจแทบช็อค สงสารลูกมาก เพราะบริเวณท่อนแขนขวาเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ ผิวหนังหลุดลอกมองเห็นเนื้อสดๆที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือด ขณะที่ฝ่ามือซ้ายและนิ้วมือทั้ง 5 นิ้วก็บวมเป่ง หยิกงอ เพราะถูกน้ำต้มยางมะตอยลวกเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ส่งตัวน้องต้นหนาวไป รพ.กาฬสินธุ์ ผอ.ได้ให้เงินไว้ 1 พันบาท

นางอนงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่น้องต้นหนาวนอนรักษาตัวที่ รพ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมถึง วันที่ 6 สิงหาคมเป็นเวลา 14 วัน ผอ. มาเยี่ยมประมาณ 5-6 ครั้ง และได้เอาเงินให้ไว้อีก 1 พันบาท รวมเป็น 2 พันบาท อย่างไรก็ตามในระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล น้องต้นหนาวร้องไห้ทุกวันทุกคืนด้วยเจ็บปวดทรมาน เนื่องจากพิษบาดแผลที่เกิดจากน้ำมะตอยลวก ทั้งนี้ แม้แต่ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่เห็น ผอ.ติดต่อเข้ามาว่าจะรับผิดชอบอะไรหรือไม่ จึงขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชน ให้ช่วยประสาน ผอ.ด้วย เพราะอาการบาดเจ็บของน้องต้นหนาวยังมีอยู่ แขนขวาเป็นแผลเป็น และนิ้วมือด้านซ้ายโดยเฉพาะนิ้วก้อยยังหยิกงอ ผิดรูป และอาจจะพิการได้ เพราะเอ็นยึด นอกจากนี้สภาพจิตใจของน้องต้นหนาวก็ย่ำแย่ กลัวว่าตัวเองจะพิการ หมดอนาคต และหากนิ้วมือพิการจะสอบข้าราชการไม่ได้

นางอนงค์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ได้ขอร้องผู้นำชุมชน ให้ช่วยประสาน ผอ.เข้ามาพูดคุย เพื่อขอรับการเยียวยากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไกล่เกลี่ย 3 ครั้ง แต่ ผอ.ไม่ยอมรับข้อเสนอ ครั้งสุดท้ายตนตั้งไว้ที่จำนวน 150,000 บาท แต่ ผอ.จะให้แค่ 45,000 บาท ตนเห็นว่ายังน้อยไป เพราะตลอดระยะเวลาที่รักษาตัวน้องนั้นหมดค่าใช้จ่ายและยืมเงินมาจำนวนมาก จึงตกลงกันไม่ได้ วันที่ 4 กันยายน 2562 จึงไปขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรมอำเภอดอนจาน และทางอำเภอได้ออกหนังสือให้ไปไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 ถึงวันนัดหมายก็ไปตามนัด เพื่อหาจุดลงตัว ซึ่งตนยังยืนยันขอให้ ผอ.เยียวยาจำนวน 150,000 บาท แต่ผอ.ไม่ตกลง จึงสามารถไกล่เกลี่ยกันได้อีก ในวันนี้ไม่รู้จะไปพึ่งใครที่ไหนได้ จึงได้มาขอความจากท่าน ผวจ.กาฬสินธุ์ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อให้ ผอ.เยียวยาตามข้อเสนอ

เนื่องจากน้องต้นหนาวอาการสาหัส เสี่ยงต่อการที่จะพิการ หมดอนาคต เพราะจะต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการบำบัดรักษา ให้แขนและนิ้วมือกลับมาเป็นปกติ ซึ่งตอนนี้ ผอ.เกษียณอายุราชการไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา จึงกลัวว่าจะไม่ได้รับเงินเยียวยาอาการบาดเจ็บของน้องต้นหนาว และไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ผอ. ด้านนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังได้รับหนังสือร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือเหลือ จากนางอนงค์ฯ ผู้ปกครองน้องต้นหนาวดังกล่าว จะได้เสนอถึงท่าน ผวจ.กาฬสินธุ์ทราบโดยด่วน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ต้นสังกัดเดิมของผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าว เพื่อนำมาสู่การเจรจาไกล่เกลี่ยหาข้อยุติ ทั้งนี้ให้ความเชื่อมั่นกับผู้ร้องว่า ถึงแม้จะ ผอ.จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ในเมื่อเหตุเกิดขณะรับราชการ เพราะฉะนั้นการติดตามเรื่อง และการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงก็ยังมีผล ซึ่งในกระบวนการสืบสวนสอบสวนก็จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ขณะที่นายธีระพงษ์ ลาภบุญเรือง อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหนองพอกวิทยายน กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุ คือวันที่ 24 กรกฎาคม 62 นั้น ทางคณะครู นักเรียน ได้ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา

โดยมีการซ่อมแซมถนน และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียน ซึ่งในส่วนของกิจกรรมซ่อมแซมถนนนั้น มีนักเรียนชั้น ป.5-6 ประมาณ 15 คนร่วมทำกิจกรรม โดยที่ตนเองเห็นว่าในกลุ่มนี้ ไม่มี ด.ช.ต้นหนาวอยู่ในกลุ่มนี้แต่อย่างใด และไม่เข้าใจว่าเข้ามาถือถังใส่ยางมะตอยตอนไหน ทั้งนี้ อาจจะดูไม่ทัน เพราะมีเด็กมาร่วมกิจกรรมกันหลายคน ผอ.โรงเรียนกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุ ตนก็ได้พาน้องต้นหนาวไปเข้ารับการรักษาที่ รพ.ดอนจาน และหลังจากนำส่งตัวเข้ารักษาต่อที่ รพ.กาฬสินธุ์ ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมด้วยความห่วงใย และมอบเงินให้ 2 ครั้ง รวม 2 พันบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาเบื้องต้น

ต่อมาได้มีการพูดคุยกับคณะครู และผู้ปกครองน้องต้นหนาว เพื่อไกล่เกลี่ยและชดเชย ซึ่งตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบในฐานะเป็นครูและผู้อำนวยการ อีกทั้งยังสงสารเด็ก โดยตอนแรกทางญาติเรียกค่าชดเชยมา 3 แสนบาท แต่ตนจะยอมจ่าย 4 หมื่นบาท สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ ล่าสุดไกล่เกลี่ยกันที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ดอนจาน ทางผู้ปกครองน้องต้นหนาวลดให้ 8 หมื่นบาท แต่ตนพร้อมจ่าย 4 หมื่น 5 พันบาท ก็ตกลงกันไม่ได้อีก ซึ่งตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะมีให้แค่นี้ เนื่องจากเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่มีรายได้ในส่วนของการประกันอุบัติเหตุในโรงเรียนนั้น ทราบว่าจะมีประกันให้น้องต้นหนาวอีก 7 พันบาท

เรียบเรียงโดย ยงยุทธ ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.กาฬสินธุ์

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ