ชาวบ้านผวา หนุ่มใหญ่นอนเปลือยในรถ 3 วัน 3 คืน นึกว่าเป็นศพ เดินไปดูแยกย้ายแทบไม่ทัน

ชาวบ้านผวา หนุ่มใหญ่นอนเปลือยในรถ 3 วัน 3 คืน นึกว่าเป็นศพ เดินไปดูแยกย้ายแทบไม่ทัน

วันที่ 6 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชายหมดสติอยู่ภายในรถยนต์กระบะมิตซูบิซิ สีเทาดำ รุ่นเก่า ที่จอดแน่นนิ่งข้างถนนในที่เกิดเหตุเป็นเวลานาน 3 วันแล้ว ชาวบ้านเห็นท่าไม่ดีจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ

เบื้องต้น พบชาย 1 คน นอนหลับหมดสติปลุกไม่ยอมตื่นแต่ยังมีลมหายใจ สภาพไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่แม้แต่ชิ้นเดียว สภาพทั่วร่างกายมีแต่บาดแผลถูกลวดหนามเกี่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนครลำปาง รุดมาช่วยในที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบมือถือของผู้ที่หมดสติภายในรถ จึงได้มาเปิดดูพบว่าแบตเตอรี่หมด จึงได้นำโทรศัพท์ไปชาร์จแบต จนสามารถเปิดเครื่องได้ และค้นหาเบอร์โทรล่าสุดในมือถือ

จากนั้นได้ติดต่อกลับไป พบว่า ปลายสายเป็นเบอร์ญาติของชายคนดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่า คนที่หมดสติ ชื่อนายถาวร อายุ 55 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลปงแสนทอง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ทำงานอาชีพขับรถกระบะรับแจ้งชักลากไม้ทั่วไป ได้หายออกจากบ้านไป 3 วันไม่สามารถติดต่อได้ ก่อนที่ทางญาติจะรีบมาที่เกิดเหตุ

แต่ระหว่างที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างกำลังจะให้การช่วยเหลือปรากฏว่า นายถาวร ที่หมดสติภายในรถ ได้ตื่นและลุกขึ้นมาหน้าตาเฉย และบอกว่าตนเองนอนอยู่ที่บ้านมีคนมากวนทำไม เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ทราบว่า ที่นี่บนถนนและอยู่ห่างบ้านของ นายถาวร กว่า 10 กิโลเมตร ก่อนที่จะเร่งหาเสื้อผ้ากางเกงให้สวมใส่ ซึ่งนายถาวร ยังให้การสับสน

เบื้องต้นเจ้าหน้าทีได้นำตัวไปยังที่ปลอดภัยและทำแผลทั่วร่างกาย ก่อนที่จะให้ญาติมารับตัวไปดำเนินการต่อไป

สำหรับเหตุการณ์นี้ทางประธานชุมชนบ้านดงม่อนกระทิ้ง เล่าว่า ได้สังเกตเห็นรถคันนี้จอดแน่นิ่งไม่ไปไหนตั้งแต่วันศุกร์ ที่ผ่านมาตอนแรงคิดว่ารถจอดเสียข้างถนน ในเช้าวันนี้ยังเห็นรถจอดที่เดิมจึงเข้าไปดูพบมีร่างคนนอนภายในรถสภาพไม่สวมเสื้อผ้ามีบาดแผลทั่วร่างกาย จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการช่วยเหลือดังกล่าว

ทั้งนี้จากกตรวจสอบสภาพโดยรอบพบว่าข้างๆที่จอดรถมีรั้วลวดหนาม มีร่องรอยการมุดเข้าออกรั้วคาดว่าจะไปกินน้ำที่หนองน้ำข้างๆ เพื่อประทังชีวิต ซึ่งยังไม่ทราบว่าชายคนนี้มีอาการทางจิตหรือว่ามีอะไรเกินกว่านั้นซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนปากคำเพิ่มเติมต่อไป

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ