หนุ่มพิการ ยอมอดมื้อกินมื้อ ทำงานผ่อนรถจนหมด

หนุ่มพิการ ยอมอดมื้อกินมื้อ ทำงานผ่อนรถจนหมด

วันที่ 12 กันยายน ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์รายงานว่า หนุ่มพิการต้องทำงาน หาเงินผ่อนรถจนหมด แต่เจ้าของรถกลับไม่ยอมเซ็นโอนรถให้รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจากนายเมืองคำ เรืองใจ อายุ 44 ปี หนุ่มพิการแขนขาลีบชาว จ.ตาก ว่าถูกชายชาวตรัง หลอกให้โอนเงินผ่อนซื้อรถ จนเจ้าตัวผ่อนหมดแล้ว แต่เจ้าของรถกลับไม่ยอมเซ็นโอนรถให้ตามที่ตกลงไว้ โดยนายเมืองคำ เป็นคนงานทำงานอยู่โรงงานไม้ยางพารา บ.กระบี่วู้ดอินดัสตรี้ส์ จก. หมู่ 2 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับนายเมืองคำ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

จากการตรวตสอบเอกสารสัญญาการซื้อขายรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า โซลูน่า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กข 433 ตรัง ซึ่งทำสัญญาซื้อขายกันเมื่อวันที่ 9 พ.ค.59 ระหว่างนายเมืองคำ กับนายศุภคาร หมินหมูด อายุ 35 ปี ชาว ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง ระบุยอดเงินซื้อขายจำนวน 110,200 บาท โดยตกลงวางเงินดาวน์จำนวน 60,000 บาท จากนั้นนายเมืองคำ จะผ่อนชำระเดือนละ 2,000 บาทเศษ จนผ่อนหมดเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา

นายเมืองคำ เล่าว่า หลังจากตนผ่อนหมดแล้ว ตนก็ติดต่อไปที่เจ้าของรถ เพื่อจะให้มาโอนรถให้ แต่กลับติดต่อไม่ได้ ตนพยายามทักแชทไปหาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับกลับมาเลย จึงเชื่อว่าน่าจะถูกหลอก จึงไปแจ้งความลงประจำวันไว้ที่ สภ.อ่าวลึก ตั้งแต่เดือน ธ.ค.61 ที่ผ่านมา

นายเมืองคำ เล่าอีกว่า ก่อนจะตัดสินใจซื้อรถ ตนทำงานเป็นพนักงานของโรงงาน ทำหน้าที่ขับรถโฟล์กลิฟท์ ขนย้ายปีกไม้ในโรงงาน ได้เงินเดือนเดือนละ 8,000-9,000 บาท ต่อมาบอกให้เพื่อนช่วยหารถให้ เพราะจะเอาไว้ขับไปทำบุญที่วัด เนื่องจากตนเดินทางลำบาก จนติดต่อเจ้าของรถคันดังกล่าว และตกลงซื้อขายกัน ตลอดเวลาตนต้องอยู่อย่างประหยัด แต่ละวันกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะต้องเอาเงินมาผ่อนรถให้หมดโดยเร็ว บางเดือนงานน้อย เงินไม่พอ ก็ต้องไปหายืมเงินมาผ่อนก่อน แล้วต้องหาเงินมาคืนให้เจ้าหนี้ ตนเสียใจที่ตนตั้งใจทำงานหาเงินผ่อนจนหมด แต่เจ้าของรถกลับไม่ยอมโอนเงินคืนให้ ตนจึงอยากฝากถึงเจ้าของรถ ให้ช่วยติดต่อมาโอนรถให้ตนด้วย หรือถ้าไม่อยากโอน อยากให้ช่วยคืนเงินให้ตนบ้างไม่ตัองคืนทั้งหมดก็ได้

ด้านนายสมภพ มณีโชติ ผจก.บ.กระบี่วู้ดอินดัสตรี้ส์ จก. กล่าวว่า นายเมืองคำ มาทำงานกับตนได้ 9 ปี แล้วตอนมาสมัครงาน ตนคิดว่าคงทำงานไม่ได้ แต่เพราะความตั้งใจ เจ้าตัวบอกว่าขอทำหน้าที่ขับรถโฟล์กลิฟท์ ตนเห็นว่าแม้พิการ แต่แขนซ้ายยังใช้งานได้ จึงให้ฝึกขับจนชำนาญ ตลอดเวลาทำงานรับผิดชอบดีมาก จนตนเองยังทึ่งที่เป็นคนพิการ แต่กลับไม่เป็นภาระให้คนอื่น หรือเพื่อนร่วมงานเลย ตนสอบถามทราบว่ามีอาการพิการมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากเคยป่วยเป็นไข้มาลาเรีย พอทราบว่าถูกเจ้าของรถหลอกขายมา โดยไม่ยอมโอนให้ ตนก็ยิ่งสงสาร จึงพาไปแจ้งความไว้ และอยากให้เจ้าของรถติดต่อมา จัดการโอนรถให้นายเมืองคำ อย่าเอาเปรียบคนพิการเลย.

เรียบเรีบงโดย วิสุทธิ์ ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.กระบี่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ