เผยอาชีพใหม่ นายโด่งถูกเบี้ยวค่าแรง พร้อมเมื่อไหร่ ได้ทำแน่นอน

เผยอาชีพใหม่ นายโด่งถูกเบี้ยวค่าแรง พร้อมเมื่อไหร่ ได้ทำแน่นอน

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562  ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าเกี่ยวกับกระแสข่าวดัง กรณี นายทหารยศนายพัน คือ พ.อ.ปริชญ์  สุคันธศรี รอง ผอ.กอรมน.หนองบัวลำภู มีการเผยแพร่ข้อมูล ช่วยเหลือ หนุ่มชาว อ.บ้านแพง จ.นครพนม คือ นายศักดิ์นรินทร์ จูมจันทา  อายุ 26 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 196 หมู่ 11 บ้านแพงใต้ ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่ตกงานไม่มีค่ารถกลับบ้าน จาก จ.นครราชสีมา  จึงตัดสินใจเดินเท้ากลับบ้าน จนกระทั่งระหว่างทาง หลังเดินเท้ามาจากตัวเมือง จ.นครราชสีมา ได้ประมาณ 30 กิโลเมตร  ได้พบกับ นายทหารใจบุญให้การช่วยเหลือ ทั้งซื้อข้าวให้กิน และชวนติดรถมาถึง จ.ขอนแก่น  พร้อมช่วยเหลือเงิน 1,000 บาท เป็นค่า รถเดินทางกลับบ้าน อ.บ้านแพง จ.นครพนม  และมีการนำข้อมูลเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล จนกลายเป็นกระแสข่าวดังทางสังคม และมีผู้ใจบุญเข้ามาติดตาม  ประสานงานช่วยเหลือ

ภายหลังทางผู้สื่อข่าว ได้เดินทางมาตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ ของ   นายศักดิ์นรินทร์ จูมจันทา  อายุ 26 ปี  หรือ น้องโด่ง  หลังเดินทางกลับบ้าน ได้มาอาศัยอยู่กับเพื่อน ในกระท่อมนา ท้ายหมู่บ้าน ที่ทำเป็นเพิงพักจากสังกะสีเก่า พอได้อาศัยนอน หลบแดดฝน ใช้ชีวิตสู้ดิ้นรนหางานทำ เนื่องจาก ครอบครัว พ่อแม่ เสียชีวิต ตั้งแต่ น้องโด่ง อายุ 10 ขวบ มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน  เป็นคนที่ 2 ของ ครอบ ครัว  ส่วนคนแรกเป็นพี่สาว ดิ้นรนไปทำงานต่างจังหวัด และน้องชายคนสุดท้องป่วยแล้วจากไป ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ  ทำให้ดิ้นรนต่อสู้ตามสภาพ เพราะครอบครัวยากจน ที่สำคัญ เส้นทางชีวิตสุดรันทด หลังพ่อ คือ นาย คำพิน จูมจันทา อายุ 38 ปี ไม่อยู่โลกนี้แล้ว ขณะที่น้องโด่ง อายุ 10 ขวบ  ต่อมาแม่ คือ นางผ่องใส  เหมพลชม อายุ 47 ปี ที่เคยทำงานเป็นลูกจ้างเทศบาลตำบลบ้านแพง ไม่อยู่แล้วจากอุบัติเหตุรถชน กลายเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ เสียเสาหลัก ต้องดิ้นรนต่อสู้ เอาชีวิตรอด ไม่มีทรัพย์ สิน ไม่มีที่พักอาศัย ทำงานรับจ้างหาเงินประทังชีวิต

จนกระทั่งเมื่อปี 2556 นายศักดิ์นรินทร์ จูมจันทา  อายุ 26 ปี  หรือ น้องโด่ง  ได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน และจับใบแดงได้ ไปประจำการ ที่ ร 3 พัน 3 นครพนม  1 ปี ถูกส่งไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยที่ชายแดน จ.ยะลา เป็นเวลา 1 ปี ก่อนปลดประจำการ เมื่อปี 2558 ได้ออกมา หาทางดิ้นรนทำงานรับจ้าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้ง ยังมีภรรยา อยู่กินด้วยกัน เกือบ 2 ปี  สุดท้ายแยกทางกัน เพราะปัญหาความเป็นอยู่  ก่อนดิ้นรนต่อสู้เข้ากรุงเทพ ทำงานรับจ้างทั่วไป แต่รายได้ไม่เพียงพอ จึงตัดสินใจหาทางกลับบ้าน 

ล่าสุดทางด้าน นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม ได้มอบหมายให้ นายอภิชาติ วงษ์กาฬสินธุ์ จัดหางานจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางอภิญญา ชมภูมาศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายชิงชัย อภัยโส  กำนันตำบลบ้านแพง  และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมมอบเงินดูแล ช่วยเหลือเบื้องต้น  รวมถึงการดูแลจัดหาตำแหน่งงานให้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า จะได้มีงานทำแน่นอน  

โดย นายศักดิ์นรินทร์ จูมจันทา  อายุ 26 ปี  หรือ น้องโด่ง ได้เปิดเผยถึง ที่มาก่อนที่จะตกเป็นข่าวดัง ว่า  ก่อนนี้ ทำงานก่อสร้าง เป็นรับจ้างผู้รับเหมา ติดตั้งเสาโทรศัพท์มือถือ ที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา แต่ภายหลัง งานไม่ค่อยมี รายได้ไม่เพียงพอ รับจ้างเป็นรายวัน จึงตัดสินใจที่จะกลับบ้าน นายจ้าง ได้ ให้เงิน ตามค่าแรงที่เหลือ ประมาณ 500 บาท และใช้จ่ายทั่วไป เหลือเงินแค่ 110 บาท จึงตัดสินใจกลับบ้าน อ.บ้านแพง จ.นครพนม เพราะอยากมาหาเพื่อน อยากมีงานใกล้บ้าน  แต่เจอปัญหาค่ารถไม่เพียงพอ มีแค่ 110 บาท แต่ค่ารถจาก จ.นครราชสีมา มา อ.บ้านแพง ประมาณ 350 บาท  หาไม่ได้ ตัดสินใจ เดินเท้ากลับบ้าน  จนกระทั่งเดินทางออกมาได้ ประมาณ 30 กิโลเมตร  มีทหารนายพัน ใจบุญ มาจอดแนะนำว่าเป็นทหาร สอบถาม ว่าจะไปไหน จึงเล่าให้ฟัง และขอความช่วยเหลือ จึงให้ติดรถมาส่งที่ บขส.จ.ขอนแก่น อีกทั้ง ยังดูแล ซื้อข้าวให้กิน และช่วยเหลือมอบเงินให้ 1,000 บาท เป็นค่ารถและติดตัวกลับ เดินทางถึงบ้าน วันที่ 22 เมษายน 2562 จนมารู้ทีหลัง ว่าตกเป็นข่าวดัง และมีคนติดตามหา มาดูแลช่วยเหลือ

นายโด่ง กล่าวอีกว่า ยอมรับในความมีน้ำใจของผู้พัน นายทหารใจบุญ ไม่มีรัยจะตอบแทน รวมถึง ผู้ใจบุญ หน่วยงานทุกหน่วยงาน เข้ามาติดต่อสอบถาม ดูแล ช่วยเหลือ ทั้งเครื่องอุปดภคบริโภค และตำแหน่งงาน หลายที่ ตนขอบพระคุณทุกท่านผู้ใจบุญ ที่ติดต่อช่วยเหลือ แต่ตนไม่หวังอะไรมาก ขอเพียงมีงานทำมีรายได้  ซึ่งสิ่งที่อยากได้อาชีพคือ อยากเป็นช่างเชื่อม หรือหากมีโอกาส ฝันอยากเป็นทหาร  เพราะชอบรักอาชีพทหาร เคยไปรับการฝึกช่วงเป็นทหารเกณฑ์ แต่มีปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษา รวมถึงความสามารถที่จะผ่านการสอบคัดเลือกได้  ขอเพียงได้มีงานทำถือว่าเป็นบุญแล้ว สิ่งเดียวที่จะตอบแทนได้ รับปากจะเป็นคนดีของสังคม ทำความดี และไม่สร้างปัญหาให้สังคม

ด้าน นายชิงชัย อภัยโส  กำนันตำบลบ้านแพง  เปิดเผยว่า  สำหรับครอบครัวดังกล่าว ถือว่าเป็นครอบครัวยากจน ดิ้นรนต่อสู้ มาตลอด ซ้ำร้าย เสียหลัก เนื่องจากพ่อ รวมถึงแม่ ที่เคยเป็นอดีตลูกจ้างเทศบาลตำบลบ้านแพง จากไปด้วยอุบัติเหตุ ทำให้ขาดเสาหลัก ต้องดิ้นรนพลัดถิ่นไปทำงานต่างจังหวัด แต่ที่ชื่นชมคือ น้องโด่ง ถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่เคยสร้างปัญหาสังคม ไม่ยุ่งเกี่ยวสิ่งผิดกฎหมาย แต่อาจจะใช้ชีวิตกินดื่มบ้าง ตามประสาวัยรุ่น แต่ไม่เคยมีประวัติเสีย เป็นส่วนหนึ่งที่สังคมยอมรับให้การช่วยเหลือ ล่าสุดมีทั้งผู้ใจบุญ มีหน่วยงานภาครัฐเอกชน ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทุกฝ่าย  ตนในฐานะผู้นำชุมชน ต้องขอขอบพระคุณ สำหรับทุกท่าน ที่ดุแลช่วยเหลือ ซึ่งจะได้กำกับดูแล ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และให้น้องมีงานทำ  ส่วนหนึ่งตนจะช่วยดูแลแนะนำให้ เป็นคนดีของสังคม สมกับที่มีผู้ใจบุญ ร่วมใจกันดูแลช่วยเหลือ

ซึ่งก่อนหน้านี้ พ.อ.ปริชญ์ สุคันธศรี รอง ผอ.รมน.จังหวัดหนองบัวลำภู ผู้ช่วยเหลือนายโด่งเผยว่า หากเขาพร้อมเมื่อไรจะฝากให้ทำงานเป็น รปภ.ในสังกัดคนรู้จัก ค่าแรงขั้นต้นวันละ 535 บาท ทำวันหยุด ได้ 2 แรง เพราะตนประมวลผลแล้ว เขาสอบผ่าน มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะสนับสนุน 

เรียบเรียงโดย นายปิยพงศ์  โพชะราช ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดนครพนม

ไม่พลาดทุกข่าวสาร รู้ลึก รู้จริงก่อนใคร ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ แอดมาเป็นเพื่อนกับเราได้ที่นี่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ