ลูกเขยชวนพ่อตาออกหาน้ำผึ้งป่าบนเขา ก่อนเจออาถรรพ์เขานางนอนเล่นงาน ฟังเหตุการณ์แล้วขนลุก

ลูกเขยชวนพ่อตาออกหาน้ำผึ้งป่าบนเขา ก่อนเจออาถรรพ์เขานางนอนเล่นงาน ฟังเหตุการณ์แล้วขนลุก

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 เม.ย.ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์เดินทางที่ไปที่เทือกเขานางนอน หมู่ 7 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช หลังทราบข่าวหนาหูว่า มีคนสูญหายไปจากเทือกเขานางนอน ตั้งแต่คืนวันที่ 13 เม.ย.จนถึงวันนี้ก็ยังไปพบเจอตัวทั้งชาวบ้าน กู้ภัย มูลนิธิฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจ ระดมกำลังช่วยกันค้นหาเต็มพื้นที่ ส่วนคนที่หายไปทราบชื่อนายสุขเกษม สอนเฒ่า อายุ 46 ปี อาชีพช่างก่อสร้าง บ้านเดินเป็นชาวจังหวัดอุดรธานี สอบถามนางลำไย สอนเฒ่า อายุ 48 ปี ภรรยาและนางนฤทัย อันทาเกษ อายุ 34 ปี ลูกของนายเกษมสุข ที่หายไปในขุนเขานางนอน เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวให้ฟังว่า วันที่ 12 เม.ย.นายเกษมสุข เดินทางมาจาก จ.พัทลุง เพื่อมาเยี่ยมภรรยาและลูกสาวที่บ้าน ใน ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ ตกช่วงบ่ายวันที่ 13 เม.ย.นายป้อม อายุ 40 ปีลูกเขยได้ชักชวนนายเกษมสุข พ่อตาและไปชวนนายเล็ก อายุ 42 ปี เพื่อนบ้านคนสนิทพากันออกไปหาน้ำผึ้งบนเทือกเขานางนอนที่อยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 10 กม. ทั้งสามคนจึงพากันเดินขึ้นเขาไปหารังผึ้งที่ทำรังอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ขณะที่นายป้อมลูกเขยปีนต้นไม้ขึ้นไปเก็บรังผึ้งเอาน้ำหวานอยู่นั้น นายเล็กและนายเกษมสุขพ่อตานั่งเฝ้าอยู่ที่ใต้โคนต้นไม้คอยส่งอุปกรณ์ขึ้นไปช่วยเหลือ ทั้งสามคนก็ช่วยกันเก็บรังผึ้งเอาน้ำหวานรังแรกสำเร็จ

จากนั้นก็พากันมาเก็บรับผึ้งรังที่สองบนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างจากรังแรก ระหว่างที่นายสอน ลูกเขยกำลังเก็บรังผึ้งอยู่บนต้นไม้ ฝูงผึงจำนวนมากแตกรังบินว่อนวนเวียนทั้งด้านบนและโคนต้นไม้ นายเกษมสุขผู้เป็นพ่อตาถึงกับร้องเสียงหลงโอดโอยเสียงดังคล้ายคนตกใจกลัวอะไรสักอย่างสุดชีวิต พร้อมกับตะโกนว่า"กูไม่อยู่แล้ว"จากนั้นก็วิ่งหนีขึ้นเขาหายตัวไปกลางดึกตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ยังไม่พบตัว ส่วนนายเล็กที่อยู่ใต้โคนต้นไม้ด้วยกันไม่มีอาการตกใจอะไรยังคงช่วยนายป้อมที่ขึ้นไปเก็บรังผึ้งอยู่บนต้นไม้ จนเก็บเอารังและน้ำผึ้งลงมาได้สำเร็จเป็นรังที่สอง ได้น้ำผึ้งจำนวนมากเมื่อเอาไปใส่ขวดเหล้าชนิด 1 กลมก็จะได้น้ำผึ้งประมาณ 10 ขวด ทั้งลูกเขยและนายเล็กเพื่อนบ้านช่วยกันหาพ่อตาอยู่พักใหญ่ท่ามกลางความมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากไฟฉายที่คาดไว้ที่หัวของทั้งสองคน ค้นหาอยู่นานนับชั่วโมงก็ไม่พบตัวนายเกษมสุขพ่อตา ทั้งสองคนจึงพากันลงจากเขาเดินทางกลับมาบ้าน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ญาติๆฟัง ทำให้ทุกคนเริ่มเป็นห่วงเพราะนายเกษมสุขไม่เคยมาอยู่ในพื้นที่ เพิ่งจะมาเยี่ยมภรรยาและลูกเป็นครั้งแรก

รอจนกระทั่งเช้าจึงนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง ก่อนจะระดมกำลังช่วยกันค้นหาตังนายเกษมสุขกันตั้งแต่เช้าของวันที่ 14 เม.ย.ยันดึกก็ยังไม่พบเจอตัว เช้าวันที่ 15 เม.ย. นายสิปปภาส สงทิพย์ นายก อบต.กรุงหยัน ผู้รับผิดชอบพื้นที่สั่งระดมกำลังชาวบ้านประมาณ 100 คนออกค้นหาโดยมีนายวรรณวุฒิ สมเชื้อ ปลัดป้องกันอำเภอทุ่งใหญ่นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าสมทบ มีกำลังตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯต่างๆ นายสิปปภาส สงทิพย์ นายก อบต.กรุงหยัน ให้สัมภาษณ์ว่า หากผลการค้นหาในวันนี้ยังไม่เจอตัวก็จะมากางเต็นท์ ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือกินนอนอยู่ในพื้นที่ เพื่อสั่งการวางแผนร่วมกันค้นหาจนกว่าจะเจอตัวผู้สูญหาย (คนใส่หมวกและชุดสีครีม)

ส่วนนางนางนฤทัย ลูกสาวนายเกษมสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะมีสิ่งลี้ลับอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็เป็นเจ้าป่าเจ้าเขาหรือเจ้าแม่เขานางนอน มาปิดหูปิดตาหรือปิดบังอำพรางไม่ให้คนที่มาช่วยเห็นตัวพ่อ หรือไม่ยอมปล่อยพ่อให้ออกมาจึงขอกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเปิดทางแสงสว่างขอให้เจ้าป่าเจ้าเขาหรือเจ้าแม่เขานางนอนช่วยดลจิตดลใจให้พ่อกลับออกมาอย่างปลอดภัย สิ่งที่พ่อหรือทั้งสามคนทำอะไรไม่ดีไว้ก็ขอให้เจ้าแม่เขานางนอนให้อภัยถึงการกระทำที่ล่วงเกินลงไปด้วย (คนที่พูดใส่เสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีชมพู)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงเย็นวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางครอบครัวของนายเกษมสุขละเพื่อนบ้านได้เชิญหมอไสยศาสตร์ มาทำพิธีขอขมาบริเวณที่นายเกษมสุขหายไป ปรากฏว่าขณะที่กำลังทำพิธีอยู่นั้นเกิดมีฝนตกลงมา และมีร่างทรงเข้าสิงร่างของนางลำไยภรรยานายเกษมสุข พร้อมกับพาวิ่งขึ้นไปบนภูเขาที่ลาดชั้น ก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงที่เสื้อผ้าของนายเกษมสุขถอดทิ้งเอาไว้ สิ่งของที่พบมีรองเท้าบูทสีเขียว 1 คู่ที่นายเกษมสุขใส่มา ไฟฉายขาดศีรษะ 1 ชุด และเสื้อ 2 ตัว สิ่งของที่พบอยู่ห่างขึ้นไปบนเนินสูงจากที่ทำพิธีประมาณ 100 เมตร พบแต่สิ่งของแต่ตัวนายเกษมสุขยังไม่พบ

ทางด้านความเชื่อชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่มีความเชื่อว่าเป็นเพราะอาถรรพ์ของเจ้าแม่เขานางนอน ที่มีเรื่องเล่าขานกันมานานนับหลายชั่วอายุคน โดยมีปรากฏการณ์หลายๆครั้งที่เกิดขึ้นให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณเทือกเขานางนอนได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่น เมื่อเกือบ 40 ปี ที่ผ่านมา มีชาวบ้านในพื้นที่และเป็นคนท้องถิ่นพูดภาษาปักษ์ใต้เป็นประจำทุกวัน พากันมาขึ้นเขานางนอนพอกลับลงไปกลับไม่พูดภาษาใต้ แต่กลับพูดภาษากลางมาจนทุกวันนี้ ซึ่งบางคนก็ยังมีชีวิตอยู่บางคนก็เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนเรื่องที่พรานป่ามาล่าสัตว์ป่าบนเทือกเขานางนอน ก็เคยยิงกันเองจนเสียชีวิตเพราะคิดว่าสัตว์ที่กำลังล่าเป็นสัตว์ป่าจึงใช้ปืนยิงออกไป

แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆกับพวกกันเองที่ถูกยิงตาย และที่เทือกเขาแห่งนี้ก็เคยมีปรากฏการณ์ว่ามีคนขึ้นเขาแล้วหลงหายไปหลายวัน กว่าจะพบเจอตัวนำออกมาได้ก็อยู่ในสภาพที่ผอมหิวโซ คนเหล่านั้นเมื่อหายดีแล้วก็เล่าให้ฟังถึงสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นว่า ถูกผู้หญิงสาวท้องประมาณ 6 เดือนเป็นผู้ปิดพังอำพรายไม่ให้คนที่มาค้นหาหาเจอ ทั้งๆที่คนเหล่านั้นมองเห็นคนที่มาช่วยแต่พอพูดหรือตะโกนออกไปเพื่อให้เขาเหล่านั้นได้ยินกลับไม่มีใครได้ยินเสียงแม้แต่คนเดียว ชาวบ้านบอกว่าทุกปีจะมีคนที่อยู่บริเวณเทือกเขาจะนำสิ่งของเซ่นไหว้มากราบไหว้ขอขมาเจ้าแม่นางนอนเป็นประจำ เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็เตรียมหาหมอทางไสยศาสตร์มาทำพิธีเพื่อขอขมาต่อเจ้าแม่นางนอน ไม่เช่นนั้นอาจจะมีคนตายเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว ส่วนเทือกเขานางนอนเป็นต้นน้ำที่สำคัญเป็นป่าแก่รกทึบ เทือกเขาที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ใน ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ ติดกับ อ.บางขัน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และส่วนของหัวแม่นางนอนจะอยู่ทางทิศใต้ต่อเขตแดนกับ อ.ลำทับ จ.กระบี่

คลิป

คลิปจาก SiamNews

เรียบเรียงโดย ไพรวัลย์ อุบลกาญจน์ ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช

ไม่พลาดทุกข่าวสาร รู้ลึก รู้จริงก่อนใคร ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ แอดมาเป็นเพื่อนกับเราได้ที่นี่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ