สิ้นเกจิดังเมืองมะขามหวาน หลวงปู่เปรื่อง ฐานังกโร ศิษย์หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ชอบ ชาวบ้านแห่ซื้อเลขอายุ จนเกลี้ยงแผง (อ่านประวัติ)

สิ้นเกจิดังเมืองมะขามหวาน หลวงปู่เปรื่อง ฐานังกโร ศิษย์หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ชอบ ชาวบ้านแห่ซื้อเลขอายุ จนเกลี้ยงแผง (อ่านประวัติ)

วันที่ 14 เม.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพระวินัยวงศาจารย์ (หลวงปู่เปรื่อง ฐานังกโร) วัดสันติวัฒนา ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พระเกจิชื่อดังของจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ละสังขารอย่างสงบ ด้วย อายุ 88 ปี พรรษา 68 เป็นพระเถระนักปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน ที่ชาวเพชรบูรณ์เลื่อมใสศรัทธามาก เนื่องจากท่านมีศีลาจารวัตรที่งดงาม ตามรอยพระบูรพาจารย์สายกัมมัฏฐาน นอกจากท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดสันติวัฒนาแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหล่มสัก-เขาค้อ (ธรรมยุต) อีกด้วย

หลวงปู่เปรื่อง เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2474  มีชื่อสกุลเดิมว่า เปรื่อง รูปน้อย บิดาชื่อ “บุญเรือง” มารดาชื่อ “น้อย” อยู่บ้านหนองบัว หมู่ 2 ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนบ้านหนองบัวแล้ว ท่านได้ช่วยครอบครัวพ่อแม่ทำไร่ ทำนา และทำสวน ต่อมาได้บรรพชาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2495 ที่วัดสามัคคีวัฒนา และอุปสมบทเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2495 ที่วัดศรีบุญเรือง โดยมี พระครูสุธรรมคณี (พระอาจารย์สิงห์ทอง) วัดสามัคคีวัฒนา เป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่ออุปสมบทแล้วได้ไปอยู่ที่วัดสันติวัฒนาระยะหนึ่ง แล้วจึงย้ายไปอยู่ที่วัดศิลามงคล เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมกับ พระอาจารย์กุศล กุสลจิตโต (แส่ว) พร้อมกับศึกษาพระธรรมวินัยกับพระอาจารย์มหาทองอินทร์ กุสลจิตโต (ศิษย์หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาป่อง) ซึ่งเดินทางมาจากวัดป่าสันติธรรม จ.เชียงใหม่ ในปีนั้นหลวงปู่เปรื่องสอบได้นักธรรมชั้นตรี ต่อด้วยนักธรรมชั้นโท และนักธรรมเอก ในปี 2500

ต่อมา หลวงปู่เปรื่อง ได้เดินทางไป จ.เลย พำนัก ณ วัดถ้ำผาปู่ ท่านรู้สึกชอบสถานที่นี้มาก เหมาะแก่การปฏิบัติกัมมัฏฐาน เป็นสถานที่เงียบสงบไม่พลุกพล่าน ขณะนั้นมี หลวงปู่คำดี ปภาโส เป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำผาปู่ ท่านได้เมตตารับหลวงปู่เปรื่องไว้เป็นลูกศิษย์ และที่วัดนี้เอง ท่านได้พบกับ หลวงปู่สีทน วัดถ้ำผาปู่ หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน หลวงปู่ทองมา วัดทรงศิลา และ หลวงปู่พัน ครูบาอาจารย์เหล่านี้ถือเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันกับหลวงปู่เปรื่องเมื่อออกพรรษา หลวงปู่คำดีได้พาหลวงปู่เปรื่องออกธุดงค์ไปในสถานที่ต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ สกลนคร ชัยภูมิ เมื่อถึงเวลาเข้าพรรษาก็กลับมาจำพรรษา ณ วัดถ้ำผาปู่

ช่วงที่หลวงปู่เปรื่องจำพรรษาอยู่ ณ วัดถ้ำผาปู่ ท่านมีหน้าที่ดูแลปรนนิบัติครูบาอาจารย์ที่มาพักยังวัดถ้ำผาปู่ เนื่องจากครูบาอาจารย์ที่เดินทางจากภาคอีสานไปยังภาคเหนือ หรือจากภาคเหนือมายังภาคอีสาน จะมาพำนักพักแรมที่วัดถ้ำผาปู่ก่อนเสมอ แล้วจึงเดินทางต่อไป ทำให้หลวงปู่เปรื่องมีโอกาสดูแลครูบาอาจารย์ที่เดินทางมายังวัดถ้ำผาปู่ในสมัยนั้น อาทิ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง, หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม วัดสันติวรญาณ, หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม, หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง, หลวงปู่เทศก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง, หลวงปู่ฝั้น อาจารโร วัดป่าอุดมสมพร, หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์, หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด ฯลฯ

ด้วยเหตุนี้ทำให้หลวงปู่เปรื่องมีโอกาสศึกษาธรรมะ และได้รับการอบรมสั่งสอนจากครูบาอาจารย์ต่างๆ ดังกล่าว และยังทำให้ท่านเป็นที่รักของครูบาอาจารย์ทุกท่าน หลังจากที่ท่านกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสันติวัฒนา จะมีครูบาอาจารย์ไปมาหาสู่ท่านเป็นประจำ ท่านจึงได้สร้างกุฏิกัมมัฏฐานถวาย หลวงปู่ชอบ 1 หลัง ระหว่างหลวงปู่ชอบกับหลวงปู่เปรื่อง ท่านคงจะมีอะไรผูกพันทางกระแสจิตต่อกันอยู่ลึกๆ จนถึงปี 2509 หลวงปู่เปรื่องจึงได้กลับมาจำพรรษาอยู่ ณ วัดสันติวัฒนา จนถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ.2510 เมื่อญาติโยม อุบาสก และอุบาสิกา ร่วมกันสร้างวัดขึ้นใหม่ คือ วัดสันติวัฒนา ที่บ้านสักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ชาวบ้านได้นิมนต์ให้ท่านมาอยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนี้ และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

พ.ศ. 2517 เป็นเจ้าคณะอำเภอหล่มเก่า ( ธ )

พ.ศ. 2518 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท และเป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ. 2523 เป็นเจ้าอาวาสวัดสันติวัฒนา ( แต่งตั้งโดยเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์) ( ธ )

พ.ศ. 2526 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก

พ.ศ. 2534 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ

พ.ศ. 2542 ดำรงแหน่งเจ้าคณะอำเภอหล่มสัก ( ธ )

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2549 หลวงพ่อเปรื่อง ได้รับพระราชทานสถาปนาเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระวินัยวงศาจารย์”

หลวงพ่อจะเน้นในเรื่องของความเป็นผู้สันโดษ มักน้อย ใช้ชีวิตอย่างพอดี พอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ธรรมที่แสดงจึงเรียบง่าย ทุกคนได้ฟังแล้วมีความเข้าใจ นับเป็นพระที่มีกุศโลบายในการสั่งสอนรูปหนึ่ง โดยนำอบายมุข 6 มาผูกเป็นกลอนสอนคนให้เข้าใจ คือ

“อุปกิเลสที่เป็นหนทางให้เกิดความฉิบหายแก่คนทั้งหลาย ซึ่งเรียกว่า ผี 6 ตัว ซึ่งได้แก่ ผีตัวที่หนึ่ง ชอบดื่มสุราเป็นอาจิณ ไม่ชอบกินข้าวปลา เป็นอาหาร ผีตัวที่สอง ชอบเที่ยวยามวิกาล ไม่รักบ้านรักลูกรักเมียตน ผีตัวที่สาม ชอบเที่ยวดูการละเล่น ไม่เว้นบาร์คลับละครโขน ผีตัวที่สี่คบคนชั่วมั่วกับโจร หนีไม่พ้นอาญาตราแผ่นดิน ผีตัวที่ห้า ชอบเล่นม้า กีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น ผีตัวที่หก เกียจคร้านการทำกิน มีทั้งสิ้นหกผีอัปรีย์เอย”

หลวงพ่อเปรื่อง เป็นพระกัมมัฏฐานที่มีวัตรปฏิบัติดีงาม ครองตนอยู่ในผ้ากาสาวพัสตร์อย่างสมถะ ไม่สะสมทรัพย์สินใดๆ มักน้อย ถือสันโดษ มานานหลายสิบปีแล้ว ที่สำคัญท่านเป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง กระทั่งเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวาง

จากการที่ท่านเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ จึงทำให้มีศิษยานุศิษย์ได้สร้างวัตถุมงคล เพื่อแจกในงานทำบุญต่างๆ อาทิ งานทำบุญอายุ, งานสร้างถนน, งานทอดกฐิน ฯลฯ ทุกรุ่นล้วนเป็นที่นิยมของบรรดาศิษยานุศิษย์และศรัทธาสาธุชนอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีประสบการณ์เกิดขึ้นต่างๆ นานา เป็นที่เล่าขานตลอดมา

ต่อมาอายุเข้าสู่วัยไม้ใกล้ฝั่ง หลวงพ่อมีอาการเจ็บป่วย ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ญาติโยมได้นำไปรักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่ง กระทั่งล่าสุดได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2562 ที่ผ่านมา อาการหลวงพ่อมีแต่ทรงกับทรุด กระทั่งได้ละสังขารอย่างสงบที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ด้วยอาการอันสงบ ศิริอายุ 88 ปี พรรษา 68 สร้างความเศร้าโศกให้แก่ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก

เรียบเรียงโดย อารีย์ สีแก้ว ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดเพชรบูรณ์

ไม่พลาดทุกข่าวสาร รู้ลึก รู้จริงก่อนใคร ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ แอดมาเป็นเพื่อนกับเราได้ที่นี่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ