คล้ายยังห่วง เมียเผยหลังเจอศพผัวถูกฆ่าฝังดิน อาบน้ำกลิ่นยังติด จากแค้นเป็นสงสารหลังรู้ความจริง

คล้ายยังห่วง เมียเผยหลังเจอศพผัวถูกฆ่าฝังดิน อาบน้ำกลิ่นยังติด จากแค้นเป็นสงสารหลังรู้ความจริง

จากกรณเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา นายมานพ บุญเลิศ อายุ 56 ปี พ่อของนายชัยประสิทธิ์บุญเลิศ อายุ 34 ปี พนักงานคลังสินค้า สถานีส่งน้ำสุวรรณภูมิ ได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.บางเสาธง และ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพราะหายตัวไปหลังเลอกงาน และไปพบรถจยย.ของผู้ตายจมอยู่ในคูน้ำข้างซอยวัดบัวโรย ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ต่อมาตำรวจแกะรอยจากเฟซบุ๊กจนพบแชทต้องสงสัย ก่อนที่ น.ส.แปทิพย์ หรือปลา โลกรัก อายุ 21 ปี จะเข้ามอบตัว แล้วให้การว่า นายชัยประสิทธิ์ ถูกฆ่าฝังดินไว้ที่ป่าหลังโรงเรียนวัดต้นหมัน หมู่ 3 ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

และให้การต่อว่า เคยคบหากับผู้ตาย แต่พอรู้มีครอบครัวแล้วจึงแยกทางกัน แล้วไปคบกับนายสมศักดิ์ หรือโอ เล็ดลอด อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นต้นเรื่องก่อเหตุฆ่าฝังดินผู้ตาย และมีผู้ร่วมขบวนการถึง 8 คน จากนั้นตำรวจสามารถติดตามตัวมาได้ 5 คน ยังเหลือนายสมศักดิ์ น.ส.ปิยะพร หรือมด เล็ดลอด น้องสาวของนายโอ และ นายถนอมศักดิ์ หรือต้อม ดีสละ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 11 มี.ค. นายมานพ, น.ส.ศิรินยา ฆ้องรอด อายุ 21 ปี ภรรยาผู้ตาย รวมทั้งน้องสาวของผู้ตายพร้อมด้วยญาติได้เดินทางมาที่ สภ.บางเสาธง เพื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น นายมานพ ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน เพื่อรวบรวมหลักฐานออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีทั้ง 3 คน

โดยส่วนตัวแล้วในเรื่องนี้มันมีหลายประเด็น เขาหลอกลูกชายผมไปฆ่า แล้วอำพรางศพ และเคลื่อนย้ายศพเพื่ออำพรางอีก 2 จุด จุดแรกในซอยวัดบัวโรย และจุดที่ 2 เป็นจุดที่เอาศพไปฝั่งอำพรางที่ จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนในเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมคิดว่ามันโหดร้ายเกินไป ซึ่งผมและญาติคนอื่นๆ ก็ยังทำใจไม่ได้ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้หนักๆ และสาสม โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีมามอบตัว ขณะนี้ก็ไม่ติดใจอะไร ในเมื่อทำไปแล้วมันก็ต้องรับผิดชอบและรับกรรมกันไป มาถึงตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร นายมานพ กล่าว

ด้าน น.ส.ศิรินยา กล่าว่า วันแรกที่เห็นแชทคุยกับคนชื่อปลา แค้นมากว่าทำไม่ต้องหนีเราไปแบบนี้ เพราะข้อความในแชทเหมือนจะพากันหนี จะปล่อยในเราเลี้ยงลูกคนเดียว พอสุดท้ายวันที่ 3 เรามารู้ ก็รู้สึกสงสารเขามากกว่า จากความแค้นกลายเป็นความสงสาร เพราะว่าเขาโดนตีจนร้องขอชีวิตอย่างที่เขาบอก แต่ก็ยังดีที่เขายอมบอกทุกอย่างแต่ตนก็ไม่ให้อภัย เพราะแค้นมาก ร้องไห้จนไม่อยากจะร้องเพราะมันร้องไม่ออก เนื่องจากร้องไห้มาทุกวันตั้งแต่ที่เขาหายไป แต่แค้นมากกว่าว่าทำไมต้อนทำกันถึงขนาดนี้ และเมื่อวานที่พบศพสามี ตนก็บอกลูกว่าเจอศพพ่อแล้ว เพราะระหว่างที่ผู้ตายหายตัวไปลูกจะถามตนทุกวันว่า พ่อหายไปไหน เมื่อวานหลังจากที่กลับมาจากจุดที่พบศพตนก็กลับมาอาบน้ำแต่ก็ยังมีกลิ่นยังติดมืออยู่

ส่วนนายโอ และผู้ที่ยังหลบหนีตนก็อยากให้มามอบตัว เพราะตอนนี้น่าจะรู้ข่าวกันทุกคนแล้ว เพราะทุกคนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญอย่างเดียว แต่ไม่อยากให้บาปติดตัวผู้ตายไป ตนก็อยากจะบอกผู้ตายว่า จะดูแลครอบครัวและลูกของเขาให้ดีที่สุด เหมือนกับที่เขารักลูกในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ตนขอสัญญาว่าจะไม่ทิ้งลูกแน่นอนถึงเขาจะไม่อยู่กับเราแล้ว ส่วนในเรื่องคดีก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนั้นพ่อผู้ตายพร้อมด้วยญาติได้เดินทางไปรับศพผู้ตายที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบางโฉลงนอก

ไม่พลาดทุกข่าวสาร รู้ลึก รู้จริงก่อนใคร ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ แอดมาเป็นเพื่อนกับเราได้ที่นี่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ