เปิดปาฏิหาริย์ 400 ปี ศรัทธา หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ที่ชาวใต้ บนขอบารมี สยบพายุปาบึก สิ้นฤทธิ์

เปิดปาฏิหาริย์ 400 ปี ศรัทธา หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ที่ชาวใต้ บนขอบารมี สยบพายุปาบึก สิ้นฤทธิ์

อ่อนกำลังแรงลงแล้วสำหรับ "พายุโซนร้อนปาบึก" ที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน ในอำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เสาไฟฟ้าล้ม ต้นไม้ใหญ่ถูกล้มพายุโค่นหักขวางถนน น้ำท่วมเต็มพื้นที่ แต่จนแล้วจนรอด ชาวบ้านทั้งในแหลมตะลุมพุก และในเมืองปากพนัง ก็ผ่านพ้นเหตุการณ์ดังกล่าวมาได้ เนื่องจากมีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เป็นอย่างดี และเจ้าหน้าที่รัฐออกประกาศเตือนให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จึงไม่เกิดความเสียหายรุนแรงเหมือนที่ทุกคนหวาดกลัวกันล่วงหน้า

ย้อนไปเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึก ทำให้คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยมีกำลังแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนบ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ติดริมทะเลเริ่มถูกน้ำท่วม เช่น ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา มีบ้านเรือนของชาวบ้านในชุมชนประมาณ 10 หลัง ถูกน้ำทะเลซัดเข้ามาท่วมบ้าน รวมทั้งน้ำคลองที่หนุนเข้ามาเพิ่มเนื่องจากไม่สามารถไหลลงทะเลได้ ชาวบ้านต้องอพยพไปอาศัยที่ศูนย์อพยพชั่วคราวและบางหลังเหลือเพียงผู้ชายที่อยู่เฝ้าบ้าน สุดท้ายเหตุการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่เกิดการสูญเสียใดๆ

หลังทราบข่าว "พายุโซนร้อนปาบึก" จะหอบคลื่นลมพัดเข้าฝั่งอ่าวไทย ชาวบ้านในจังหวัดสงขลา หันพึ่งบารมี "หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด" ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพะโคะ ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา นั่งสวดมนต์ภาวนาข้ามปีใหม่ ขอให้ความารุนแรงของพายุโซนร้อนบรรเทาเบาบางลง และทำการนัดแนะ นั่งสมาธิสวดมนต์ภาวนากันอย่างต่อเนื่อง เชื่อบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อทวด จะปกปักรักษาชาวบ้านในพื้นที่ให้ปลอดภัย ก่อนพายุลูกใหญ่จะพากันหอบข้ามไปกระหน่ำรุนแรงอีกครั้งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรงตามที่คาดการณ์กันไว้

นางพะยงค์ สุขสวัสดิ์ วัย 57 ปี ชาวบ้านในเกาะยอ จังหวัดสงขลา เล่าให้เราฟังว่า ก่อนพายุโซนร้อนจะพัดเข้ามาในพื้นที่สงขลา ชาวบ้านได้รวมตัวกันที่วัดโคกเปี้ยว ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งวัดดังกล่าวตั้งอยู่ในเกาะยอ ซึ่งพื้นที่ของวัด มีน้ำทะเลอ่าวไทยล้อมรอบ ชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศ เกินกว่า 200 ราย ได้เดินทางมาสวดมนต์ภาวนา ขอบารมีหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ให้ปัดเป่าพายุให้บรรเทาเบาบางลง และปกปักรักษาชีวิต ทรัพย์สินคนในพื้นที่

"คืนวันที่ 3 สู่เช้าวันที่ 4 และต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งวัน พบว่ามีลมพายุพัดฝนเทกระหน่ำอย่างหนัก แต่ต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือบ้านเรือนประชาชน กลับไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะบ้านดิฉันเองซึ่งปลูกต้นไม้ไว้จำนวนมาก หลังพายุผ่านพ้นไปต้นไม้ยังคงสภาพเดิม เสาไฟฟ้าพื้นที่บริเวณเกาะยอไม่ได้รับความเสียหาย น้ำจะไปท่วมหนักที่อำเภอระโนด ซึ่งอยู่ถัดไปจากอำเภอสทิงพระ และทราบต่อมาว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากประชาชนตื่นตัว และเจ้าหน้าที่เตรียมการอพยพวางแผนขนย้ายไว้แล้วล่วงหน้า และเป็นเพราะบารมีของ หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนภาคใต้ และเหล่าข้าราชการทหารตำรวจ ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ หากใครมีไว้บูชาติดตัว จะแคล้วคลาดปลอดภัย และเสริมลาภยศบารมี ให้แก่ตนเอง"

ตำนานที่มา คำกล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ -

วัดพะโคะ ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา ต้นกำเนิด หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า "วัดหลวง" ปัจจุบันชื่อ "วัดราชประดิษฐาน" ตั้งอยู่ที่บริเวณเขาพัทธสิงค์ หมู่ ๖ ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา เมื่อระหว่าง พ.ศ.๑๙๑๙-๒๐๓๙ สมัยอยุธยาตอนต้น ชาวเผ่าอินโดนีเซีย จากปลายคาบสมุทรมลายู บริเวณหมู่เกาะ ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่เจริญ นับถือศาสนาอิสลาม มีการติดต่อกับชาวอาหรับเปอร์เซีย ตั้งแต่ตอนกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ได้ส่งกองโจรสลัดมาทางมหาสมุทร เพื่อปล้นสะดมชุมชนต่างๆ ทางตอนกลางคาบสมุทรมลายู มีหลักฐานบันทึกในหนังสือเรื่อง "กัลปนาวัด" ในสมัยอยุธยา กล่าวถึงโจรสลัดยกทัพยกกำลังเข้าปล้นตีเมืองพะโคะ แถบคาบสมุทรสทิงพระหลายครั้ง

ต่อมา พ.ศ.๒๐๕๗ สมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ได้สร้าง "วัดพะโคะ" (เดิมชื่อ วัดหลวง) บนเขาพะโคะ ปัจจุบันชื่อ "เขาพัทธสิงค์", พ.ศ.๒๐๙๑-๒๑๑๑ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ได้พระราชทานที่กัลปนาวัด เรียกว่า "วัดราชประดิษฐาน", พ.ศ.๒๑๔๘-๒๑๕๘ สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้บูรณะพระมาลิกเจดีย์สูง ๑ เส้น ๕ วา และได้พระราชทานยอดพระเจดีย์ เนื้อเบญจโลหะ ยาว ๓ วา ๓ คืบ ... ความสำคัญของวัดโคะ คือ ใช้เป็นสถานที่กระทำพิธีดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา, ประดิษฐานพระมาลิกเจดีย์, พระพุทธไสยาสน์ หรือพระโคตมะ พระมาลิกเจดีย์ เป็นสถาปัตยกรรมภาคใต้ แบบลังกาสมัยอยุธยา บรรจุพระบรมธาตุ, พระพุทธบาทข้างซ้าย เหยียบประทับเป็นรอยอยู่บนหิน ความยาว ๑๗ นิ้ว - โจรสลัด ลองดีจับตัวสมเด็จพะโคะขึ้นเรือ ก่อนจะเกิดปาฏิหาริย์ ทำให้เลื่อมใสศรัทธา -

ตำนานหนึ่งจากเอกสารการท่องเที่ยวของ ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) บันทึกว่า วัดพะโคะ เป็นวัดจำพรรษาของสมเด็จพะโคะ หรือหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด อันเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทางภาคใต้ และมีประวัติเล่าสืบต่อกันาว่า

"วันหนึ่ง มีโจรสลัดแล่นเรือเลียบมาตามฝั่ง เห็นสมเด็จพะโคะ (หลวงพ่อทวด) เดินอยู่ มีลักษณะแปลกกว่าคนทั้งหลาย จึงใคร่จะลองดี โจรสลัดจอดเรือ แล้วจับสมเด็จพะโคะ (หลวงพ่อทวด) ไป เมื่อเรือแล่นมาได้สักครู่ เกิดเหตุเรือแล่นต่อไปไม่ได้ ต้องจอดอยู่หลายวัน จนในที่สุด "น้ำจืด" หมดลง โจรสลัดเดือดร้อน สมเด็จพะโคะ (หลวงพ่อทวด) สงสาร จึงเอาเท้าซ้ายแช่ลงไปในน้ำทะเล เกิดเป็นประกายโชติช่วง น้ำทะเลกลายเป็น "น้ำจืด"

เหตุนี้เอง โจรสลัดเกิดความเลื่อมใสศรัทธา กราบไหว้ขอขมา แล้วนำ สมเด็จพะโคะ (หลวงพ่อทวด) ขึ้นฝั่ง ตั้งแต่นั้นมาประชาชนจึงพากันไปกราบไหว้บูชากันเป็นจำนวนมาก

- พ่อค้าเรือสำเภา ทิ้งหลวงพ่อทวด กลางทะเล -

อีกตำนานหนึ่ง เล่าต่อกันมาว่า หลวงพ่อทวด ได้ขออาศัยเรือสำเภาของพ่อค้า ที่ทำการค้ากับกรุงศรีอยุธยา เพื่อจะไปศึกษาเล่าเรียนที่กรุงศรีอยุธยา ในระหว่างทาง ได้เกิดพายุ ต้องเข้าอาศัยบนเกาะแห่งหนึ่ง หลายวัน จน "น้ำจืด" ที่เตรียมไว้บนเรือเกิดหมด ลูกเรือได้รับความเดือดร้อนมาก ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่กลับมาเกิดขึ้นในครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะการรับพระสงฆ์รูปนี้มาก็ได้ จึงวางแผนที่จะปล่อยตัว หลวงพ่อทวด ไว้บนเกาะแห่งนั้น

หลวงพ่อทวด จึงได้แสดงอภินิหาร โดยเอาเท้าซ้ายจุ่มลงในน้ำทะเล ซึ่งมีรสเค็มจัด พร้อมกับบอกให้คนเรือตักขึ้นมาชิมดู ปรากฏว่า "น้ำทะเลจืดสนิท" เจ้าของเรือสำเภา เห็นเป็นปาฏิหาริย์ แสดงว่า หลวงพ่อทวดต้องเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์แน่นอน จึงรับตัวท่านขึ้นเรือสำเภา กราบขอขมาท่าน แล้วเดินทางต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา เมื่อคลื่นลมสงบลงแล้ว เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงเป็นที่มาของคำว่า "หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด" โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้

(...ซึ่งก็มีบางตำนานระบุด้วยว่า เจ้าของเรือสำเภา จับตัวหลวงพ่อทวด ให้ลงเรือลำเล็กๆ ปล่อยให้ลอยไปในทะเล แต่ที่ตรงกันทุกตำนาน คือ หลวงพ่อทวด ได้เอา "เท้าซ้าย" แช่ลงไปในน้ำทะเล เพื่อให้น้ำทะเลจืด)

ทารกอัศจรรย์ -

ย้อนไปเมื่อประมาณสี่ร้อยปีที่ผ่านมาในตอนปลายรัชสมัยของพระมหาธรรมราชา แห่งกรุงศรีอยุธยา ณ หมู่บ้านสวนจันทร์ ตำบลชุมพล เมืองจะทิ้งพระตรงกับวันศุกร์ เดือนสี่ ปีมะโรง พุทธศักราช 2125 ได้มีทารกเพศชายผู้หนึ่งถือกำเนิดจากครอบครัวเล็กๆ ฐานะยากจนแร้นแค้น แต่มีจิตอันเป็นกุศล ชอบทำบุญสุนทานยึดมั่นในศีลธรรมอันดี ปราศจากการเบียดเบียนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ทารกน้อยผู้ นี้มีนามว่า “ปู” เป็นบุตรของนายหู นางจันทร์

ในขณะเยาว์วัย ทารกผู้นั้นยังความอัศจรรย์ให้แก่บิดามารดาตลอดจนญาติพี่น้องทั้งหลาย ด้วยอยู่มาวันหนึ่ง มีงูตะบองสลาตัวใหญ่มาขดพันอยู่รอบเปลที่ทารกน้อยนอนหลับอยู่ และงูใหญ่ตัวนั้นไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้เปลที่ทารกน้อยนอนอยู่เลย จนกระทั่งบิดามารดาของเด็กเกิดความสงสัยว่า พญางูตัวนั้นน่าจะเป็นเทพยดาแปลงมาเพื่อให้เห็นเป็นอัศจรรย์ในบารมีของลูกเราเป็นแน่แท้ จึงรีบหาข้าวตอกดอกไม้และธูปเทียนมาบูชาสักการะ งูใหญ่จึงคลายลำตัวออกจากเปลน้อย เลื้อยหายไป

ต่อมาเมื่อพญางูจากไปแล้ว บิดามารดาทั้งญาติต่างพากันมาที่เปลด้วยความห่วงใยทารก ก็ปรากฏว่าเด็กชายปู ยังคงนอนหลับอยู่เป็นปกติ แต่เหนือทรวงอกของทารกกลับมีดวงแก้วดวงหนึ่งมีแสงรุ่งเรืองเป็นรัศมีหลากสี ตาหู นางจันทร์ จึงเก็บรักษาไว้ นับแต่บัดนั้นฐานะความเป็นอยู่การทำมาหากินก็จำเริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับอยู่สุขสบายตลอดมา

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่ประวัติโดยย่อ เพราะหล่อพ่อทวด ยังมีตำนานเหล่าขานอีกมากมายที่แสดงให้เห็นถึงความน่าเลื่อมใสของประชาชน ในฐานะพระโพธิสัตว์หน่อพระพุทธภูมิ ผู้ทรงศีลวิสุทธิทรงธรรมและปัญญาญาณอันล้ำเลิศ กอปรด้วยกฤษดาภินิหารและปาฏิหาริย์ไม่ว่าท่านจะพำนักอยู่สถานที่ใด ที่นั่นจะเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไม่ว่าท่านจะจาริกไป ณ ที่ใด ก็จะมีคนกราบไหว้ฟังธรรม หลักการปฏิบัติของท่านเป็นหลักสำคัญของพระโพธิสัตว์คือช่วยเหลือประชาชนและเผยแผ่ธรรมะให้ชาวโลกอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีความเคารพเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ สมดังคำว่า “พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณัง คัจฉามิ” ตลอดไป

แม้เวลาจะผ่านมาล่วงเลย 400 กว่าปีแล้ว แต่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ รวมไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ ข้าราชการ ทหารตำรวจ ยังคงเชื่อถือศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ และเดินทางมาทำพิธีบูชากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง กระทั่งเหตุการณ์พายุโซนร้อนปาบึก ที่เพิ่งผ่านพ้นไปก็เช่นกัน ชาวบ้านในจังหวัดสงขลาหลายพื้นที่ ก็ยังพึ่งบารมี ขอพรหลวงพ่อทวดให้ปกปักรักษาชีวิต ผ่อนหนักเป็นเบา ซึ่งทุกคนมีความเชื่อว่า ที่จังหวัดสงขลารอดพ้นเหตุการณ์วิกฤติมาได้ เพราะบารมี หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด.

ขอขอบคุณ thairath.co.th

ไม่พลาดทุกข่าวสาร รู้ลึก รู้จริงก่อนใคร ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ แอดมาเป็นเพื่อนกับเราได้ที่นี่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ