จากปากแม่ แฉลูกชายคลั่ง รำคาญเสียง ‘งานศพ’ ยิงกราดทะลุอก ‘น้องชาร์ป’เด็กดีประจำหมู่บ้าน

จากปากแม่ แฉลูกชายคลั่ง รำคาญเสียง ‘งานศพ’ ยิงกราดทะลุอก ‘น้องชาร์ป’เด็กดีประจำหมู่บ้าน

จากกรณี เด็กชาย ภูวดี ศิริพันธ์ หรือ น้องชาร์ป อายุ 14 ปี ซึ่งถูก นายมนตรี รื่นรมย์ อายุ 40 ปี คลุ้มคลั่งใช้ปืนลูกซองกราดยิงใส่ชาวบ้าน กระสุนไปถูกน้องชาร์ปเสียชีวิต ขณะไปช่วยงานศพที่บ้านเพื่อน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

 พบมีชาวบ้านมุงดู จับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก ทราบว่ากำลังเตรียมตั้งเต้นท์ จัดโต๊ะ ติดตั้งหลอดไฟ เพื่อจัดงานศพ จากการตรวจสอบ พบศพ ด.ช.ภูบดี ศิริพันธ์ หรือน้องชาร์ป อายุ 14 ปี นอนเสียชีวิตข้างกำแพง มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณหน้าอกจำนวน 1 นัด นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากถูกอาวุธปืนอีก 1 คน คือ นายไชยเชษฐ์ ชูแสง ถูกนำตัวส่ง รพ.ก่อนหน้าแล้ว ชาวบ้านช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองม่วงก่อนหน้านี้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ตกกระจายเกลื่อน จำนวน 5 นัด รอบบริเวณงานพบว่ามีข้าวของ เครื่องใช้ สิ่งของแตกกระจายเกลื่อน ส่วนมือปืนผู้ที่ก่อเหตุได้หลบหนีไปก่อนหน้า ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง

จากการสอบถามทราบว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุชื่อนายมนตรี รื่นรมย์ อายุ 40 ปี มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังออกติดตามตัวจนพบ ซึ่งคนร้ายกำลังจะขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนี พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด ที่ใช้ในการก่อเหตุได้ ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองม่วงทันที เนื่องจากเกรงว่าชาวบ้านจำนวนมากจะรุมประชาทัณฑ์

เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวน นายมนตรี มือปืน ที่ให้การวกวน มีอาการคลุ้มคลั่ง ซึ่งเกิดจากการเสพยาเสพติด และดื่มเหล้าเข้าไป เจ้าหน้าที่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้รู้สติ จนยอมเปิดปากสาเหตุของการยิงอย่างบ้าคลั่งในครั้งนี้ว่า แค่ไม่พอใจช่างไฟฟ้าที่มาติดตั้งงานศพ เป็นคนนอกพื้นที่ จึงได้กินเหล้าย้อมใจก่อนนำปืนเข้ามายิงกราดภายในงานจนกระสุนหมด รีบนำปืนไปซ่อน และเตรียมขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

ชาวบ้านที่ยังอยู่ในอาการตื่นตระหนกเล่าว่า ด.ช.ภูบดี ศิริพันธ์ ที่ถูกยิงเป็นเด็กภายในหมู่บ้านที่เป็นจิตอาสา ชอบช่วยเหลืองานผู้อื่น โดยเฉพาะชอบและสนใจการติดตั้งระบบเครื่องไฟ ขยายเสียงไฟ

ด.ช.ภูบดี ศิริพันธ์ เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย

นางทองสุข รื่นรมย์ อายุ 62 ปี แม่ของ นายมนตรี ผู้ก่อเหตุ บอกว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้เครียดมาก เพราะไม่รู้จะหาเงินจากไหนไปชดใช้ความสูญเสียครอบครัวผู้ตายและผู้บาดเจ็บ โดยก่อนหน้านี้เคยเรียกตำรวจมารับตัวลูกชายไปบำบัดยาเสพติด เนื่องจากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ลูกชายเกิดอาการคลุ้มคลั่งบ่อยครั้ง และบางครั้งเกิดอาการหลอนจำผู้เป็นแม่ไม่ได้ จนภรรยาต้องหอบลูกหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะกลัวว่านายมนตรีจะทำร้าย ครั้งนี้อยากให้ลูกชายได้ชดใช้กรรมในคุก และไม่อยากให้ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก

พร้อมยอมรับว่า ลูกชายเสพยาเสพติดมานานแล้ว และเคยพาไปบำบัด แต่ก็กลับมาเสพยาเหมือนเดิม.

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ