เจ้าของหมา 3 ตัวออกพูดแล้ว หลังหมาก่อเหตุสลด รุมกัดด.ญ. 4 ขวบดับ

เจ้าของหมา 3 ตัวออกพูดแล้ว หลังหมาก่อเหตุสลด รุมกัดด.ญ. 4 ขวบดับ

วันที่ 19 กันยายน ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์รายงานว่า หลังเกิดเหตุสุดสะเทือนใจต่อครอบครัวของด.ญ.หนูน้อง 4 ขวบ ถูกกลุ่มสุนัขรวม 3 ตัวหมาหมูกัดขย้ำคอแย้งกระชากเด็กตัดเส้นโลหิตใหญ่ชักจมกองโลหิตตายต่อหน้าครั้งนี้ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ที่ผ่านมา หลังพ.ต.ต.ทองสุก รัตน์สีวอ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเขว้า รับแจ้งเหตุมีสุนัขรุมกัดเด็กวัยเพียง 4 ขวบ เสียชีวิตภายในซอยบริเวณทางด้านหลังบ้านบ้านเลขที่ 194/5 ม.2 ต.บ้านเขว้า อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตรายนี้คือ ด.ญ.ธัญลักษณ์ สลิตกุล อายุ 4 ขวบ ใบหน้าศีรษะ แขน ลำคอถูกสัตว์ร้ายกัดเป็นแผลฉกรรจ์ ชาวบ้านใกล้เคียงได้พากันถือมีดไม้ออกมาไล่เร่งช่วยกันนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลอำเภอบ้านเขว้าเป็นการด่วน แต่สุดท้ายเด็กได้เสียชีวิตก่อนถึงมือหมอเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวในเวลาต่อมา

ด้านนาย นพพล กุลธนวัตน์ อายุ 56 ปี เป็นผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเอง นอนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงเด็กร้องผิดปกติจึงออกมาดูก็พบว่าสุนัขทั้ง 3 ตัวกำลังขย้ำเด็กหญิงคนดังกล่าวจึงวิ่งถืออาวุธออกมาไล่สุนัข จนสุนัขวิ่งหนีไป และ ได้นำ เด็กหญิงคนดังกล่าวไปส่งที่รพ.บ้านเขว้าก่อนหน้านั้นแล้วก่อนที่ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุดังกล่าวและทางเจ้าหน้าที่เจ้าของคดีได้ให้ไปที่ สภ. เพื่อให้ปากคำ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วแต่เด็กหน้าจะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเพราะเห็นเด็กถูกกัดที่ลำคอจนโลหิตทะลักออกปากออกจมูกสะอึกหายใจ3ครั้งก็แน่นิ่งไป ล่าสุดนางสาวเสาวรี จุลเขว้า อายุ 33 ปี แม่และญาติของน้อง 4 ขวบ ได้ติดต่อขอนำน้องออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อมาตั้งบำเพ็ญกุศลตามศาสนาไว้ที่บ้านของน้องดังกล่าว ที่อยู่ติดกันกับบ้านของเจ้าของสุนัขดังกล่าว

ด้านนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ได้ประสานคณะเหล่ากาชาด ปศุสัตว์จังหวัด และนายธีรศักดิ์ โฉมศิริ นายอำเภอบ้านเขว้า ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเยี่ยวยา จิตใจครอบครัวของน้อง 4 ขวบรายนี้เพิ่มเติมพร้อมทั้งหาแนวทางที่จะช่วยกันป้องกันไม่ให้สุนัขกลุ่มนี้ หลุดออกมาก่อเหตุซ้ำรอยไล่กัดเด็กคนอื่นๆในชุมชนดังกล่าวได้อีกต่อไป

ซึ่งล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายปิยะณัฐ แดงสร้อย อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในบ้าน และเป็นเจ้าของสุนัขทั้ง 3 ตัวมาสอบสวน และแจ้งดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขรายนี้ในเบื้องต้น ในข้อหาควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ จนเป็นเหตุให้เด็ก 4 ขวบรายเสียเสียชีวิตในครั้งนี้แล้ว ที่อาจจะต้องมีโทษหนักถึงจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปีในครั้งนี้ด้วย

ส่วนกรณีการช่วยเหลือเยี่ยวยาต่อครอบครัวน้อง 4 ขวบ ล่าสุดหลังเจ้าของสุนัขรายนี้ถูกดำเนินคดี ก็ยังคงเก็บตัวเองเงียบอยู่ภายในบ้านของตนเอง และยังไม่มีการออกมาแสดงความรับผิดชอบช่วยเหลือเยี่ยวยาต่อครอบครัวของน้อง 4 ขวบแต่อย่างใด ทั้งที่บ้านของเจ้าของสุนัขและบ้านของน้อง 4 ขวบที่ถูกสุนัขหลุดออกมาไล่กัดจนเสียชีวิตครั้งนี้อยู่ติดกันไม่กี่ก้าว

นายธีรศักดิ์ โฉมศิริ นายอำเภอบ้านเขว้า พร้อมด้วยนางศรีสมัย โชติวาณิชย์ ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผย หลังเข้าสอบถามให้ความช่วยเหลือมอบเงินจำนวนหนึ่งช่วยเหลือในการจัดงานของน้อง 4 ขวบรายนี้แล้ว ด้านการหามาตรการป้องกันที่จะไม่ให้สุนัขกลุ่มนี้หลุดออกมาไล่กัดทำร้ายเด็กคนอื่นๆในชุมชนได้อีกว่า ขณะนี้ก็อยากให้เพื่อนบ้านทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งเจ้าของสุนัข และญาติของเด็ก 4 ขวบที่เสียชีวิต พูดคุยช่วยเหลือกัน เพราะเหตุที่เกิดขึ้นก็ไม่มีใครอยากให้เกิด รวมทั้งด้านการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ของเจ้าของสุนัข ก็ต้องมีการใส่ใจที่จะต้องเลี้ยงดูควบคุมดูแลสุนัขของตนเองไม่ให้ออกมาก่อเหตุให้อยู่ในรั้วรอบขอบชิดที่ปลอดภัยมากขึ้นแล้ว ส่วนทางของการดำเนินคดีก็ต้องว่ากันตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป

นางสาวเสาวรี จุลเขว้า อายุ 33 ปี แม่ของน้องตวงข้าว กล่าวว่า ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้และยังไม่ได้คุยกันกับเจ้าของสุนัขรายนี้ ว่าจะช่วยรับผิดชอบอย่างไร ขอให้เสร็จงานน้องก่อน เพื่อขอทำใจและจะได้พูดคุยกับเจ้าของสุนัขรายนี้ต่อไป

ล่าสุดด้าน นายปิยะณัฐ แดงสร้อย อายุ 27 ปี เจ้าของสุนัข เองเปิดเผยว่า ตอนแรกที่ทราบเรื่องว่าสุนัขตัวเองไปรุมกันน้องเสียชีวิต ก็ตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก เพราะน้อง 4 ขวบเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับหลานตัวเองเช่นกัน เพราะน้องมักจะมาปั่นจักรยานเล่นผ่านหน้าบ้านตัวเองประจำ และที่บ้านน้องก็มีสุนัขด้วย และก็จะมีการวิ่งตามมาและสุนัขตัวเองก็จะเห่าตลอด ซึ่งตนเองเองจะผูกสุนัขเลี้ยงไว้ภายในบ้านอย่างดีมาตลอด แต่ครั้งนี้สุนัขหลุดออกไปได้ จึงทำให้เกิดเหตุสลดขึ้น และพร้อมที่จะรับผิดชอบช่วยเหลือครอบครัวน้องทุกอย่างในครั้งนี้ด้วย ที่ทราบว่าแม่น้องเองยังทำใจไม่ได้ รอให้เสร็จงานน้องก่อนแล้วค่อยมาพูดคุยกันต่อไป

เรียบเรียงโดย วิรัตน์ ดวงแก้ว ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.ชัยภูมิ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ