ดูไว้เลยนะ! การดื่มน้ำตอนท้องว่าง จะส่งผลทำให้ร่างกายคุณเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง!

ดูไว้เลยนะ! การดื่มน้ำตอนท้องว่าง จะส่งผลทำให้ร่างกายคุณเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง!

ในทุกๆวันร่างกายของคนเรามักจะต้องการน้ำอยู่ตลอดเวลาและยังพบว่าหากร่างกายขาดน้ำจะอันตรายกว่าร่างกายขาดอาหารอีกด้วยและการดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะอาหาร เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีนั้นในประเทสญี่ปุ่นนิยมทำกันทุกวัน การดื่มน้ำที่ว่านี้ต้องเป็นการดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนนะคะ (ก่อนแปรงฟัน) เพื่อสุขภาพที่ดีควรปฏิบัติในทุกๆวันด้วยน้าา

มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ได้เผยว่า “พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอความแก่”และบำบัดโรคเหล่านี้ได้ผล100% แต่ต้องใช้ระยะเวลาแบบค่อยเป็นค่อยไปนะคะ

โรคที่ว่านี้ได้แก่ “โรค ปวดหัวปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้าหมู โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลง คลื่นไส้ต่างๆโรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรคริดสีดวงทวาร โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี มะเร็ง รอบเดือนไม่ปกติ โรคหู คอ จมูก”

1.ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว (640 ซีซี)หากดื่มน้ำอุ่นๆ ยิ่งดีเพราะน้ำอุ่นจะถูกดูดซึมง่ายกว่าน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดา เพราะมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับภายในของร่างกายคนเรา ไม่ทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงานและเสียเวลาในการปรับสมดุลของน้ำเย็นให้มีอุณหภูมิเท่ากับร่างกาย

2.หลังจากนั้นสามารถล้างหน้าอาบน้ำได้ แต่ต้องไม่ดื่ม หรือรับประทานอะไร จนกว่า 45 นาทีผ่านไปจึงจะรับประทานได้ตามปกติเพราะหากรีบรับประทานก่อน น้ำปริมาณมากที่ดื่มเข้าไปจะเจือจางน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ ย่อยอาหารได้ไม่ดี เป็นผลเสียต่อร่างกาย

3.หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว ไม่ควรดื่มน้ำตามทันที แต่ควรรอประมาณ 30-40 นาทีแล้วค่อยดื่มน้ำตาม เพื่อรอให้น้ำย่อยได้ทำการย่อยอาหารให้เสร็จเสียก่อน

4.ผู้ป่วยหรือคนชรา ที่ไม่สามารถดื่มน้ำ 4 แก้วในคราวเดียว ให้ค่อยๆ ดื่ม ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆ จนได้ครบ 4 แก้ว

จากสถิติข้อมูลโรคที่บำบัดรักษาทำให้หายได้ภายในเวลาดังนี้

โรคความดันโลหิตสูง 30 วัน: โรคกระเพาะ 10 วัน: โรคเบาหวาน 30 วัน: โรคท้องผูก 10 วัน: โรคมะเร็ง 180 วัน : โรควัณโรค 90 วัน: โรคไขข้ออักเสบเห็นผลใน 3 วัน แบบนี้อย่าลืมดื่มน้ำกันเยอะๆเพื่อสุขภาพที่ดีด้วยนะคะ

Advertisement

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ