สามี ภรรยาน้ำตานองหน้า ออกไปขายของกลับมา จู่ๆลูกสาวหายตัวลึกลับ ก่อนเปิดดูวงจรปิด เห็นภาพบาดตา ใจสลายไม่มีชิ้นดี!

สามี ภรรยาน้ำตานองหน้า ออกไปขายของกลับมา จู่ๆลูกสาวหายตัวลึกลับ ก่อนเปิดดูวงจรปิด เห็นภาพบาดตา ใจสลายไม่มีชิ้นดี!

ปัจจุบันนี้ตามแหล่งข่าวทุกสื่อ ทั้งสังคมออนไลน์เกือบทุกที่จะมีข่าวที่ไม่ค่อยบันเทิงใจเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจที่ตกต่ำหรือข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะข่าวการลักพาตัวเด็กซึ่งเป็นข่าวที่น่าสะเทือนใจพ่อแม่

การป้องกันให้ลูกหลานให้ปลอดภัยจากการถูกลักพาตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากพ่อแม่ไม่สามารถจะดูแลลูกได้ตลอดเวลา ไม่สามารถที่จะไปที่ไหนๆ กับพวกเขาได้ทุกวัน ทุกเวลา ดังนั้น พ่อแม่จึงควรสอนให้พวกเขารู้จักเอาตัวรอด และไม่ควรไว้ใจคนแปลกหน้าหรือแม้แต่คนรู้จัก เพราะคนรู้จักก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนร้ายที่ทำร้ายลูกหลานของเราก็เป็นไปได้

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ร.ต.อ.หญิงวนิดา พึ่งเจริญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากนายพรเทพ ชิ่นบานเย็น อายุ 51 ปี และนางมาลัย เปี่ยมสุข อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 4 ต.ท้ายตลาด อ.เมืองลพบุรี ว่าเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 61 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 -11.00 น. ได้มีชายจำนวน 2 คน อายุประมาณ 17-18 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ได้มารับตัวบุตรสาวชื่อ น.ส.พรพิมล ชื่นบานเย็น หรือน้องเปิ้ล อายุ 22 ปี ไปจากที่บ้านซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าลูกสาวหายไปไหน และอยู่ที่ใด จึงได้ขอเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าหินเพื่อลงบันทึกประจำวันช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามตัวลูกสาวของตนด้วย ซึ่งเกรงว่าจะได้รับอันตราย

นายพรเทพ และนางมาลัย สามีภรรยา พ่อและแม่ของน้องเปิ้ล กล่าวว่าตนเองและภรรยามีอาชีพขายขนมโรตีตามตลาดต่างๆ ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้น ตนเองและภรรยาออกไปขายของปล่อยให้น้องเปิ้ลอยู่กับน้องชายที่บ้าน ซึ่งทราบว่าน้องเปิ้ลเป็นเด็กพิเศษ(พิการทางสมอง) อ่านหนังสือไม่ออก หน้าตาสะสวย เมื่อใครพาไปไหนเกิน 2-3 กิโลเมตรก็จะไม่สามารถกลับบ้านได้เอง ซึ่งเคยหายไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่สามารถตามตัวเจอเนื่องจากมีโทรศัพท์ติตัวอยู่ 1 เครื่อง แต่ครั้งนี้ตั้งแต่หายออกไปจากบ้านยังไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากโทรศัพท์ถูกปิด ไม่มีสัญญานใดๆ

พ่อและแม่รวมถึงญาติๆ ไอ้ออกติดตามหา และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงมูลนิธิปวีณา และสื่อโซเชียลต่างๆ ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา ซึ่งตนเองและภรรยาได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ อบต.โพธิ์ตรุ และกล้องวงจรปิดจาก รร.วัดตะเคียน พบว่ามีชายจำนวน 2 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีหมวกกันน็อกสีขาว เตรียมมาด้วย และยังมีกระเป๋าของน้องเปิ้ลอีกจำนวน 2 ใบโดยชายทั้งสองให้น้องเปิ้ลซ้อนที่ด้านหน้าของรถสวมหมวกกันน็อกอำพรางใบหน้า ขับหลบหนีไปตามเส้นทางภายในหมู่บ้าน แต่ไม่ทราบออกไปทางที่ใด

ด้านพ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน ได้สั่งกำชับเร่งระดมชุดเฉพาะกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน ลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแส การหายตัวไปของน้องเปิ้ลแล้ว อีกทั้งยังไปขอดูกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ว่าขับขี่หนีไปทางใด ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะในการติดตาม ซึ่งกล้องสามารถบันทึกรูปพรรณสันฐานของคนร้ายได้ถึงจะไม่ค่อยชัดเจนนักก็ตาม

พ่อและแม่ของน้องเปิ้ลให้การกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า น้องเปิ้ลมีโทรศัพท์ สามารถเล่นไลน์กับผู้อื่นได้ แต่พิมพ์ไม่เป็น ตนเองเคยเอาโทรศัพท์ไปดู ก็ไม่เห็นมีข้อความใดๆ ส่งเข้ามา ซึ่งคนร้ายคงจะฉวยโอกาสที่น้องไม่มีเลห์เลี่ยม สอบถามพูดคุยบ้านที่อยู่ กับน้องจนคุ้นเคย ถึงขั้นมารับถึงหน้าบ้านได้

ทั้งนี้พ่อและแม่วอนขอความเมตตาจากผู้ที่ลักพาตัวขอให้ช่วยส่งน้องกลับคืนสู่อ้อมอกพ่อและแม่ด้วย รวมถึงวานฝากไปทางสื่อต่างๆ ให้ช่วยเป็นเบาะแส หากพบว่าน้องเปิ้ลอยู่ที่ใด กับใคร หรือเดินอยู่ที่ตรงไหน ช่วยโทรศัพท์ติดต่อกลับมาหาตนเองที่หมายเลข 065-540-7785 และเบอร์แม่ หมายเลข 090-814-7016 หรือที่เบอร์ พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน ที่หมายเลข 086—988-5007 เพราะขณะนี้เป็นห่วงลูกมากกินไม่ได้นอนไม่หลับตั้งแกต่ลูกหายไป

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ