เงิน 100 บาท ของคนเราไม่เท่ากัน! หลังกดเงินจากตู้ ATM ออกมา แล้วเห็นข้อความ หลังแบงค์ร้อย มันมีค่าต่อจิตใจมาก จนไม่กล้าเอาไปใช้!

เงิน 100 บาท ของคนเราไม่เท่ากัน! หลังกดเงินจากตู้ ATM ออกมา แล้วเห็นข้อความ หลังแบงค์ร้อย มันมีค่าต่อจิตใจมาก จนไม่กล้าเอาไปใช้!

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ในช่วงที่ผ่านมา กับเรื่องราวของสาวคนหนึ่งที่ไปกดเงินจากตู้ atm แล้วเจอข้อความในแบงค์ 100 ซึ่งทำเอาต้องสะอึก ไม่กล้าแม้แต่จะเอาไปใช้ ซึ่งในธนบัตรนั้นเขียนเอาไว้ว่า "เงินใบสุดท้ายของแม่แล้วนะลูก" จากข้อความนี้ทำให้ชาวเน็ตสนใจไปอย่างมาก และตีความไปทางเดียวกันว่า เงินแบงค์นี้ อาจจะเป็นของคุณแม่ที่มอบให้ลูกเป็นค่าขนม และย้ำเตือนว่า มีแค่นี้แล้วนะ แม่ให้ลูกได้แค่นี้...

หลังจากที่ฟังเรื่องราวนี้ มันก็ชวนให้เราคิดว่า แม่ยอม สละความสบายให้กับลูกได้เสมอ แล้วลูกหละคิดกับแม่อย่างไร วันนี้ทีมงานสยามนิวส์มีบทความดีๆ ที่บางครั้งลูกอาจจะคิดว่าแม่ใจร้ายกับเรา ลองมาอ่านทั้งหมดนี้ดูคุณอาจจะเปลี่ยนความคิดก็เป็นได้

1. ไม่โทษพ่อแม่ว่าไร้ความสามารถ

ไม่มีใครที่เก่งไปทุกเรื่อง และไม่มีใครที่ทำทุกเรื่องได้สมบูรณ์ พ่อแม่คือผู้ให้ชีวิต ทุ่มเทเลี้ยงดูเราจบเติบใหญ่สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อย่าต่อว่าพ่อแม่ว่า “สู้พ่อแม่ของคนอื่นก็ไม่ได้” คำพูดนี้ เมื่อพูดออกไป ต่อให้ม้าฝีเท้าไวก็วิ่งตามไปเก็บกลับคืนมาไม่ทัน แล้วมันจะกลายเป็นตราบาปในชีวิตคุณไปทั้งชีวิต

2. ไม่โทษพ่อแม่ว่าจู้จี้จุกจิก

พ่อแม่เกิดมาก่อนเรา มีประสบการณ์มากกว่าเรา อย่าตะคอกท่าน เมื่อท่านจ้ำจี้จำไชให้กินข้าว ให้ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ให้ใส่หมวกกันน็อก ให้กลับบ้านเร็วๆ ให้เก็บห้อง ให้….ฯลฯ เพราะคนที่รักเราจริงเท่านั้นที่จะจู้จี้ในเรื่องนี้กับเรา พ่อแม่ไม่มีทางจู้จี้กับคนที่ไม่ใช่ลูกหลานของท่านแน่นอน หรือคุณว่าไม่จริง!

3. ไม่โทษพ่อแม่ที่ท่านบ่นว่า

ที่พ่อแม่บ่นว่า ก็เพราะเราทำไม่ได้ดี ที่บ่นว่าไม่ใช่เพื่อตัวท่านเองแต่เป็นเพราะเพื่อเรา ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูกของตนเอง ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่อยากให้ลูกเจริญก้าวหน้ากว่าตนเอง ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่อยากให้ลูกของตนเป็นอภิชาตบุตร ที่เก่งกล้าสามารถกว่าตนเอง

4. ไม่โทษพ่อแม่ว่าชักช้า

ยามพ่อแม่แก่เฒ่า อย่าด่าทอว่าท่านทำอะไรชักช้า หากเรายังไม่เคยเป็นพ่อแม่ เราไม่มีทางรู้เลยว่าคนเป็นพ่อแม่ต้องใช้ความรักความอดทนมากเพียงใดในการสอนให้เราเดิน สอนให้เรากิน สอนให้เราอาบน้ำ สอนให้เรา…ฯลฯ ยามที่ท่านหนุ่มสาว ท่านทุ่มกำลังแรงกายเพื่อพวกเรา มาบัดนี้ร่างกายจึงทรุดโทรม หากวันหนึ่งพ่อแม่แก่ชราลง กำลังวังชาเริ่มเสื่อมถอย จงจำไว้ “เห็นพ่อแม่ในวันนี้ ดุจเห็นตนเองในวันข้างหน้า” เรื่องกตัญญู ต้องรีบลงมือทำ

5. ไม่โทษพ่อแม่ยามท่านป่วยไข้

ไม่ว่าพ่อแม่จะยุ่งเพียงไร จะดึกดื่นเพียงไหน จะฝนตกแดดออกปานใด พอเราเจ็บไข้ท่านจะละทิ้งการงานในทันที ท่านจะพาเราไปหาหมอในทันที ท่านจะหาวิธีเยียวยารักษาเราในทันที

ยามที่ท่านป่วยไข้ เราทำเหมือนที่ท่านทำให้เราได้มากน้อยเท่าไหร่? หรือว่าเพราะพ่อแม่เจ็บป่วยนานวัน จึงทำให้ลูกไม่กตัญญูดูแลหรือ? หรือเราจะเป็นจำนวนคนที่สังคมตราหน้าว่าเป็นลูกอกตัญญูเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง

พ่อแม่ให้กายสังขารมา มิใช่ให้เรามาคอยกล่าวโทษท่าน ในขณะที่เราโตขึ้น พ่อแม่ก็เริ่มแก่ชราลง จวบจนลาโลก ลาลูกหลานไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ไม่มีพ่อแม่ก็ไม่มีเรา โทษกล่าวพ่อแม่ มิสู้เข้าใจพ่อแม่ หากแม้แต่พ่อแม่คุณยังให้อภัยไม่ได้ แล้วจะไปให้อภัยใครในโลกใบนี้ได้?

ร้อยพันความดีงามความกตัญญูมาเป็นอันดับที่หนึ่ง เริ่มจากเวลานี้ วันนี้ อย่าได้โทษกล่าวพ่อแม่อีกต่อไป

..ทำบุญที่ไหน..มากมายเท่าใด..

..ก็ไม่เท่ากับการได้ดูแลพ่อแม่..

..กตัญญูเป็นมงคลชีวิตอันสูงสุด..

อย่าลืมดูแลพ่อแม่ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

ก่อนทีจะไขว่ขว้า..เมื่อสายเกินไป

ไม่พลาดทุกข่าวสาร รู้ลึก รู้จริงก่อนใคร ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ แอดมาเป็นเพื่อนกับเราได้ที่นี่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ