เจ้าของร้านเอะใจ ลูกค้าประจำนั่งอยู่ดีๆ ตัวแข็งทื่อ-ถือตะเกียบค้าง แจ้ง จนท.ช่วยชีวิตได้ทันเวลา

เจ้าของร้านเอะใจ ลูกค้าประจำนั่งอยู่ดีๆ ตัวแข็งทื่อ-ถือตะเกียบค้าง แจ้ง จนท.ช่วยชีวิตได้ทันเวลา

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ต่างประเทศ HK01 เจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวัน ได้รับรายงานจากร้านอาหารไก่งวงชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถนนหลี่หมิง เขตหนานถุน เมืองไทจง ระบุว่ามีชายชาวไต้หวัน ชื่อ นายเจียง อายุ 45 ปี ซึ่งกำลังรับประทานอาหารอยู่ในนั้น จู่ๆ ร่างกายแขนขาของเขาก็แข็งทื่อและไม่ขยับเลย ขณะถือตะเกียบ

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบไปที่ร้านเพื่อตรวจสอบ พวกเขาเห็นนายเจียงนั่งอยู่คนเดียวบนโต๊ะ สายตาจ้องมองอย่างว่างเปล่าไปข้างหน้า แต่ว่าเขายังคงถือตะเกียบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคนอื่นจะตบไหล่ของเขา หรือว่าพยายามทำอะไรต่างๆ นานาก็ตาม นายเจียงก็ยังคงไม่ขยับเขยื้อนเลย

เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น ทางตำรวจจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่รถพยาบาลให้มายังร้านแห่งนี้ ขณะเดียวกันพวกเขาก็ตรวจสอบข้าวของของนายเจียง หลังจากทราบตัวตนของนายเจียงแล้ว ก็ปลดล็อกโทรศัพท์มือถือผ่านระบบจดจำใบหน้า และติดต่อกับสมาชิกในครอบครัวของเขาเพื่อแจ้งให้ทราบถึงเหตุฉุกเฉิน

ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่รถพยาบาลมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น พบว่านายเจียง อยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ พวกเขารีบให้กลูโคสเสริมแก่เขา และส่งเขาไปที่โรงพยาบาลหลินซินเพื่อรับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน แต่ทว่า หลังจากที่นายเจียงตื่นฟื้นขึ้นมา เขาบอกว่าเขาจำได้แค่ว่ากำลังจะกินข้าวแล้วก็หมดสติไปเพียงเท่านั้น

ทางด้าน เจ้าของร้านข้าวไก่งวง บอกว่า นายเจียงเป็นลูกค้าประจำ ในร้านวันนั้นอากาศร้อนมาก เขาเห็นนายเจียงเดินเข้ามาในร้านอาหาร และสั่งอาหารตามปกติ ก่อนจะรินน้ำให้นายเจียง 1 แก้ว เมื่ออาหารที่นายเจียงสั่งถูกนำมาวางเต็มโต๊ะ เขาก็พบว่านายเจียงถือตะเกียบค้างไว้ แม้ว่าดวงตาของนายเจียงจะลืมตาอยู่ แต่ปากของเขากับไม่ขยับซะงั้น

ตนเองจึงตบไหล่นายเจียงเพื่อเรียกสติ กลับพบว่ากล้ามเนื้อของนายเจียงนั้น มีอาการตึงอย่างมากและไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก ตนเองจึงตกใจและรีบโทร.ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ โชคดีที่ลูกค้าไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ในขณะที่ หลี่ เจี้ยนซิง หัวหน้ากองบังคับการตำรวจที่ 4 กล่าวว่า ประชาชนควรใส่ใจกับสภาพร่างกายของตนให้มากขึ้น และสำรวจร่างกายของตัวเองอยู่เสมอเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ ในกรณีฉุกเฉินพวกเขาสามารถโทรหาตำรวจได้ทันทีหรือแจ้งต่อตำรวจที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเพื่อขอความช่วยเหลือ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ