ดูไว้นะ ประโยชน์ของการ ดื่มน้ำเต้าหู้ 14 วัน

ดูไว้นะ ประโยชน์ของการ ดื่มน้ำเต้าหู้ 14 วัน

เมื่อไม่นานมานี้เพจเฟซบุ๊กดังได้โพสต์ข้อความระบุว่า อยากสุขภาพดีต้องจัด ชวนทำชาเลนจ์ ดื่มน้ำเต้าหู้ 14 วัน ช่วยลดน้ำหนัก-ลดไขมันได้จริง เพราะถ้าเทียบกับนมวัว น้ำเต้าหู้มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน คอเลสเตอรอล แคลอรี่น้อยกว่านมวัวมาก ช่วยให้อยู่ท้องได้ด้วย

นอกจากนั้นยังช่วยบำรุงกระดูก ควบคุมความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต่อต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์มากในราคาถูก ที่สำคัญต้องเป็นน้ำเต้าหู้ที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือหวานน้อยนะ

ส่วนใครที่เคยได้ยินว่าการดื่มน้ำเต้าหู้มาก ๆ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม หรือไม่ดีกับต่อมไทรอยด์ แพทย์ได้ยืนยันแล้วว่าไม่จริง ไม่มีข้อมูลทางการแพทย์รองรับ หายห่วงได้เลย ถ้าเป็นน้ำเต้าหู้ที่สดใหม่ ไม่มีสิ่งเจือปน ยังไงก็ปลอดภัย ได้ประโยชน์เน้น ๆ แน่นอน

ต่อมาทางด้านเว็บไซต์ดังได้ออกบทความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ว่า

ข้อสรุป : ดื่มน้ำเต้าหู้ 14 วัน ช่วยลดน้ำหนัก ลดไขมันได้จริง หากเทียบกับนมวัว น้ำเต้าหู้มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน คอเลสเตอรอล และแคลอรี น้อยกว่านมวัว นอกจากนั้นยังช่วยบำรุงกระดูก ควบคุมความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต่อต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์มากมายในราคาประหยัด ที่สำคัญต้องเป็นน้ำเต้าหู้ ที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือหวานน้อย

ลักษณะข่าว : ข่าวค่อนข้างจริง

น้ำเต้าหู้มีโปรตีนใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ เหมาะกับคนไม่กินเนื้อสัตว์และผู้คุมน้ำหนัก น้ำเต้าหู้ไม่ปรุงแต่งมีพลังงาน 54 กิโลแคลอรี ต่างจากนมวัวที่มี 150 กิโลแคลอรี งานวิจัยทดลองประสิทธิผลของนมวัว น้ำเต้าหู้ และอาหารเสริมแคลเซียมต่อการลดไขมันในผู้หญิงก่อนวัยทองที่มีภาวะอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน พบว่าการดื่มนมไขมันต่ำอย่างน้ำเต้าหู้ ช่วยลดภาวะอ้วนและภาวะอ้วนลงพุงในกลุ่มตัวอย่างทดลองได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบ : ถ้ากินน้ำเต้าหู้ติดต่อกันนานเกิน 6 เดือน อาจส่งผลให้ขาดสารอาหารโดยเฉพาะแคลเซียม ซึ่งมีน้อยกว่าในนมวัวมาก หรือพบผลข้างเคียงเกิดการแพ้ขึ้น เพศชายไม่แนะนำให้กินทุกวัน เพราะจะส่งผลกับระดับฮอร์โมนในร่างกาย

ข้อแนะนำ : นอกจากน้ำเต้าหู้แล้ว เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารอื่นเพียงพอ ควรเลือกดื่มนมชนิดอื่นด้วย เช่น นมสดจืด ปริมาณ 1-2 แก้วต่อวัน กินผัก เช่น คะน้า หรือเติมธัญพืชในน้ำเต้าหู้ ช่วยเพิ่มรสชาติและเพิ่มคุณค่าด้วย

ข้อมูลจาก EventPass, สำนักข่าวโภชนาการ

เรียบเรียง สยามนิวส์

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ