เปิ้ล จูน เปิดใจ เล่านาทีประกาศปิดร้าน

เปิ้ล จูน เปิดใจ เล่านาทีประกาศปิดร้าน

เรียกได้ว่าหลังจากสถานการณ์ cvd แพร่กระจายรอบ 2 นี้ทำให้ธุรกิจในหลายๆด้านต้องหยุดชะงัก ตั้งแต่ชาวบ้านตาดำๆไปจนถึงดาราดังในวงการบันเทิง บางคนเพิ่งจะลงทุนขายของแต่ยังไม่ทันได้ขายก็ต้องขาดทุนเสียแล้ว ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นใจและเร่งทำการช่วยเหลือเพราะเดือดร้อนหนัก เช่นเดียวกันกับ เปิ้ล จูน ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับสื่อมวลชน หลังได้รับผลกระทบจาก cvd ระลอกใหม่ พร้อมเอ่ยปากไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่กำลังเจอ อยากให้รัฐบาลช่วยเห็นใจด้วย

เปิดมาได้เดือนกว่าเจอผลกระทบ cv เลย

เปิ้ล ร้าน Sail To The Moon By Nakorn พระราม 3 ของเราตอนนี้ก็เปิดได้มา 1 เดือนกับอีก 1 อาทิตย์ ซึ่งเราก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน เชื่อว่าทุกคนทั้งประเทศทั้งโลกก็คาดไม่ถึงว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้ง ก็โดนเข้าเต็มๆ เพราะร้านของเราก็เปิดมาแล้วมีพนักงานค่อนข้างจะเยอะ

ที่สำคัญก็คือพนักงานเกือบประมาณ 50 คน 2 สาขารวมกับร้านคุณทอง บาย นาคร รัชดาซอย 4 ก็มีพนักงานอีก 50 คน รวม 2 ร้านก็เกือบ 100 คน เรามีพนักงานที่เราจะต้องดูแลอีกเกือบ 100 คนที่พอรัฐบาลสั่งว่าให้เปิดได้ถึง 21.00 น. เราก็เลยลองปฏิบัติตามนั้นดู

จูน ปรากฏว่าทำได้อยู่ 2 วัน รู้สึกว่าทุกคนกลัวกันหมด เพราะเรามาเฝ้าร้านเอง ลูกค้าที่มาเราก็รู้สึกได้ว่ากลัวเด็กเสิร์ฟ และจูนเองที่อยู่ทางร้านก็ระแวงกันเอง ต่างคนต่างระแวงกันเอง

เปิ้ล ต่างคนต่างมองหน้ากันเหมือนคุณเป็นซอมบี้รึเปล่า เหมือนในหนังเกาหลี ไอ้นี้เป็นรึเปล่า ไอ้นี้ใช่รึเปล่า คือเรามีความรู้สึกว่าถึงจะเปิดได้ถึง 21.00 น. ก็ตาม กับสถานการณ์ที่มันโตขึ้นทุกวันมันก็ทำให้คนกินลดน้อยลงมาก จากประมาณ 100% เหลือไม่ถึง 10% ที่มานั่ง

ซึ่งจากที่มีพนักงานร่วม 100 คน เราก็จะไปลดลงหรือให้เขาหยุดงาน เราก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเขาก็จะตกงาน ซึ่งมันก็จะเป็นภาระของรัฐบาล ภาระของสังคมอีก เพราะฉะนั้นเราก็เลย คิดว่าเอาไงดี ก็ค่าเช่า 2 ที่ก็เป็นล้าน ค่าพนักงาน ค่าใช้จ่ายเยอะมากๆ

มันเป็นภาวะที่เราเข้าใจว่าไม่ใช่เราเท่านั้นที่เจอ คนไทยทั้งประเทศเจอ คนที่เดือดร้อนมากกว่าครอบครัวเราก็มีน่าจะเยอะมากๆ ครับ จริงๆ พ่อแม่พี่น้องที่ทำร้านค้าต่างๆ ทำธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่อาหารอีก ทุกคนโดนกันหมด เพราะฉะนั้นมาถึงตรงนี้ เราก็มองหน้ากับจูนว่าจะไปต่อกันยังไงดี

ซึ่งสุดท้าย Delivery, Drive thru ก็เป็นทางออกของเรา เราก็ทำขึ้นมาให้คนขับรถมารับอาหารจากที่ร้านเราไปทานที่บ้าน ก็โอเคนะ ส่วนจะเปิดร้านต่อไหม ก็มองหน้ากันสักพัก ก็บอกว่าปิดเถอะ

จูน ทั้งนี้ที่เราอยากปิดร้านเพราะว่าอยากแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ถ้าหากเรายังเปิดอยู่ สมมติมีคนมากันแล้วติด ขึ้นมาไทม์ไลน์ว่ามาที่ร้านเรา มันจะหนักกว่านี้

ทุกคนจะหนักไปกว่านี้ ก็เลยคุยกับพี่เปิ้ลกันว่าเราปิดเถอะ แล้วกลับไปทำเดลิเวอรี่เหมือนตอนที่เป็นครั้งแรก มันต้องทำได้ คนอื่นเขายังทำได้เลย

เปิ้ล แต่มันก็มีคำถามว่าถ้าเราปิดร้านแล้วพนักงานอีกร่วม 100 คนเราจะทำยังไง เราจะแบกกันไหวหรอ กับพอเปิดร้านแล้วรายได้มันนิดเดียว แล้วลูกน้องเราจะทำยังไง เราจะให้เขาหยุดออกจากงานไปครึ่งหนึ่งหรอ หรือจาก 100 คนเหลือ 20 คน แล้วอีก 80 คนจะทำยังไง

ซึ่งมีน้องบางคนเขาก็นั่งร้องไห้ เขาก็มาคุยกับเราตอนที่เราประชุมกัน เขาถามเราว่าเราจะไม่ปิดร้านใช่ไหม เราก็ต้องตอบว่าปิด เขาก็น้ำตาไหลเลย ก็มานั่งคุยกันแล้วบอกเขาว่าไม่ต้องกลัว พี่รับผิดชอบทุกคนเอง ทุกคนจะอยู่กับเรา แต่ขอให้ทุกคนประหยัด เดลิเวอรี่ก็ช่วยกันส่ง ทำทุกอย่างที่เรามี

เตรียมทุกอย่างปัดกวาดร้าน ทำความสะอาด เตรียมให้พร้อมถ้าเมื่อไหร่ที่ตัวเลขผู้ติดลดลงๆ ทุกอย่างกลับมาฟื้นฟูได้เมื่อไหร่ พวกเราจะได้รับเงินเดือนกันเต็มที่เหมือนเดิม แล้วเราก็รีบเปิดร้านให้กลับมาเหมือนเดิม

ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ว่าจะปิดร้านเดือนมกราคมนี้ทั้งเดือน แต่ไม่แน่ถ้าโชคช่วยทุกอย่างดีขึ้น ก็อาจจะเหลือ 2 อาทิตย์ก็ได้ ภาวนาให้เป็นแบบนั้น แต่ถ้ามันไม่ได้จริงๆ เราก็ต้องกัดฟันดูแลรับผิดชอบพวกเขากันต่อไปจนกว่าจะเปิดร้านได้

จูน ตอนนี้ที่เรารับผิดชอบที่ร้านคือเด็กยังอยู่ครบ ก็เข้ามาเช็ดกระจก มาทำความสะอาด มาขัดพื้น แล้วเราก็มีอาหารให้ 2 มื้อ วันนี้ใครไม่มีข้าวกินก็มากินข้าวที่ร้าน

แค่นี้เด็กเขาก็มาช่วยกันเต็มที่ เขาก็บอกว่าวันนี้พี่จะให้ผมทำอะไรครับ ช่วยขัดพื้นทั้งสนามหญ้า ตัดต้นไม้ เก็บขยะเห็นแค่นี้เราก็รู้สึกเห็นใจ เขาอยากจะอยู่กับเรา ก็คิดว่าจะไปทิ้งเขาได้ยังไง

สลับกันมาทำใช่ไหม

จูน จริงๆ ก็สลับกันมา 2 รอบ แต่เด็กเขาอยากมา เขาอยู่บ้านก็ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้รายได้ด้วย เราก็งั้นอยากมาก็มา แต่ต้องช่วยพี่นะ เราก็มาสอนงานกันใหม่เลยว่าใครจะรับผิดชอบตรงไหน ใครดู Drive thru ใครดูของห่อ

เราต้องมอบงานและก็ต้องช่วยกัน เด็กคือเห็นแววตาเขาเลย เหมือนพี่สั่งเถอะผมทำได้หมด เรารู้เลยว่าเขาลำบากกันจริงๆ

ส่วนเรื่องค่าจ้างลดลงไปเยอะไหม

เปิ้ล ตอนนี้เราดูยอดขายจากเดลิเวอรี่ จาก 2 วันที่เปิดมานี้ ยอดขายแทบจะไม่มีเลยเพราะว่ายังไม่ค่อยมีใครรู้ว่าทางเราเปิดเดลิเวอรี่แล้ว และก็ยังไม่ค่อยมีคนรู้ว่าเราปิดร้านแล้ว มีหลายคนที่เข้ามาที่ร้านก็แจ้งให้เขาทราบว่าเราปิด เขาก็กลับไป

แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเดลิเวอรี่เป็นยังไง ระบบต่างๆ ที่ร้านนี้ก็ยังไม่เคยทำ แต่วันนี้เราเตรียมพร้อมทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเราเลยบอกพนักงานว่าพี่ขอลดค่าแรงนิดนึงนะ สมมติมาทำงาน 1 วัน เว้น 1 วัน ในส่วนไหนที่จำเป็นก็ต้องทำงานเต็มวันทุกวัน มันจะช่วยลดค่าใช้จ่ายไปหน่อยนึง

อย่างน้อยเด็กก็ยังมีเงินไปจ่ายค่าห้องพัก ส่วนเรื่องอาหารเราเลี้ยงดูปูเสื่อทุกวันอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเลยเรื่องค่าอาหาร นอกนั้นก็น่าจะพออยู่ได้ และก็ไม่ต้องไปไหน ไม่ต้องกลับบ้านเกิดตัวเอง ไม่ต้องโยกย้ายเพราะเดี๋ยวมันจะเสียนโยบายของผู้ใหญ่เขาวางไว้ ก็พยายามทำให้ดีที่สุด

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ