เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ว่า อิหร่าน สามารถติดต่อสหรัฐได้โดยตรง หากต้องการเจรจายุติสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพบหรือโทรศัพท์ผ่านช่องทางที่ปลอดภัย พร้อมย้ำเงื่อนไขสำคัญว่า อิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะไม่มีเหตุผลสำหรับการเจรจา
คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังทรัมป์ตัดสินใจยกเลิกแผนส่งผู้แทนสหรัฐ ได้แก่ สตีฟ วิทคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ไปยังกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ในช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ความพยายามรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างสองฝ่ายลดความชัดเจนลง
ด้านอิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่ามีสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อวัตถุประสงค์ด้านสันติ ขณะที่ชาติตะวันตกและอิสราเอล แสดงความกังวลว่าอาจถูกนำไปพัฒนาเป็นอาวุธนิวเคลียร์
แม้ปัจจุบันจะมีการหยุดยิงบางส่วน หลังความขัดแย้งที่เริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ยังไม่มีข้อตกลงยุติสงครามอย่างเป็นทางการ โดยสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูง อัตราเงินเฟ้อ และการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ขณะที่สหรัฐใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน อับบาส อารักชี เดินสายเจรจากับหลายประเทศ โดยหลังหารือในปากีสถาน ได้เดินทางไปยังโอมาน และเข้าพบ ไฮษัม บิน ตารีก อัล-ซาอิด เพื่อหารือด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ และแนวทางสร้างกรอบความมั่นคงในภูมิภาคโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก
จากนั้น อารักชีเดินทางกลับอิสลามาบัด ก่อนมุ่งหน้าไปยังรัสเซีย เพื่อเข้าพบ วลาดิเมียร์ ปูติน ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยทั้งรัสเซียและอิหร่านต่างเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก และมีแนวโน้มกระชับความสัมพันธ์มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ชมคลิป