อ.ช้าง วิเคราะห์ ปมบาดแผลจากการถูกบูลลี่ พร้อมฝากประโยคทิ้งท้ายชวนคิด
อ.ช้าง วิเคราะห์ ปมบาดแผลจากการถูกบูลลี่ พร้อมฝากประโยคทิ้งท้ายชวนคิด
ข่าวสังคม - โซเชียล

อ.ช้าง วิเคราะห์ ปมบาดแผลจากการถูกบูลลี่ พร้อมฝากประโยคทิ้งท้ายชวนคิด

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท.ดร.ธนันวัฒน์ ธีรพัฒน์ชญากุล นายตำรวจและอาจารย์ประจำกลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก อาจารย์ช้าง มือปราบคอลเซ็นเตอร์ โดยระบุว่า ปัญหาการบูลลี่ การกลั่นแกล้งล้อเลียน จุดด่างรอยบอบช้ำเล็ก ๆ ในจิตใจของใครบางคนที่มันอักเสบเรื้อรัง ความเจ็บปวดข้างในจิตใจที่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในโรงเรียน การสูญเสียบุคลากร ครูบาอาจารย์ และบาดแผลในใจของนักเรียน ตลอดจนครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกคน คือความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้

ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น หลายคนพุ่งเป้าไปที่ปัญหา อาวุธปืน หรือปัญหาสังคมที่ นิยมความรุนแรง แต่​หากติดตามข่าวและวิเคราะห์ลึกลงไป เหตุการณ์นี้ทิ้งคำถามและร่องรอยที่น่าหดหู่ใจไว้มากมาย โดยเฉพาะประเด็น บาดแผลจากการถูกบูลลี่

​การที่เด็กคนหนึ่งตัดสินใจลงมืออย่างโหดร้าย และในไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีประโยคที่บอกกับภารโรงว่า ไม่ยิงเพราะไม่ใช่ครู สะท้อนให้เห็นถึงความคับแค้นใจอย่างแสนสาหัส เขาคงมองว่าระบบ โครงสร้าง หรือผู้มีอำนาจในโรงเรียนล้มเหลวในการปกป้องเขาจากความเจ็บปวด และยิ่งสลดใจเมื่อพบว่าปู่กับย่าของผู้ก่อเหตุเสียชีวิตด้วย นั่นหมายความว่า เขาอาจไม่เหลือ พื้นที่ปลอดภัย ที่ไหนอยู่เลยไม่เว้นแม้แต่ที่บ้านขนาด 200 ตารางวา

​เมื่อเด็กคนหนึ่งถูกย่ำยีจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูกผลักให้ตกลงไปในสภาวะที่ไร้ทางออก พื้นที่รองรับทางจิตใจขาดสะบั้นลงทั้งจากเพื่อน (ที่กลั่นแกล้ง) ผู้ใหญ่ (ที่เขารู้สึกว่าพึ่งไม่ได้) รวมถึงครอบครัวของตัวเอง ความสิ้นหวังที่สะสมไว้อาจเปลี่ยน เหยื่อ ให้กลายเป็น ผู้ก่อเหตุ เพื่อทวงคืนอำนาจโดยตัดสินใจใช้วิธีที่ผิดและนำไปสู่โศกนาฏกรรม ​แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องมองด้วยความเข้าใจและเห็นใจ ครู อย่างถึงที่สุด ​

เราต่างรู้ดีว่าระบบการศึกษาในปัจจุบันผลักภาระงานธุรการ งานประเมิน และโปรเจกต์ต่าง ๆ ที่โยนให้ครูจนล้นมือ คุณครูหลายคนต้องแบกรับความเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือเวลาในการเป็น ครู ที่ได้นั่งพูดคุย สังเกตความเปลี่ยนแปลง หรือรับฟังปัญหาของเด็กแต่ละคนอย่างลึกซึ้ง ซึ่งผมมองว่าความสูญเสียของบุคลากรในครั้งนี้ ไม่ใช่ความผิดของครู แต่เป็นความล้มเหลวของ ระบบ ที่ดึงเวลาของครูไปจากนักเรียน

​เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงปัญหาเรื่องอาวุธปืน เรื่องของความรุนแรง พฤติกรรมก้าวร้าว หรืออารมณ์ชั่ววูบ แต่มันคือ เสียงตะโกนขอความช่วยเหลือที่ไม่มีใครได้ยิน จนมันระเบิดออกมากลายเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้ ​

ทั้งนี้ อ.ช้าง ยังได้ฝากข้อความชวนให้คิดทิ้งท้ายไว้ว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราจะจริงจังกับการแก้ปัญหาการบูลลี่ ถึงเวลาหรือยังที่จะคืนเวลาให้ครูได้ดูแลนักเรียนอย่างแท้จริง และถึงเวลาหรือยังที่เราทุกคนต้องช่วยกันสร้าง พื้นที่ปลอดภัย ทั้งในบ้านและในโรงเรียน ให้เด็ก ๆ ได้มีที่พึ่งพิงก่อนที่จิตใจของพวกเขาจะแหลกสลายไปมากกว่านี้ ​ขอให้บทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตในครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ