วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ผู้เสียหายวัย 36 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนกับเพจ สายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรม หลังเข้ารับการดูดไขมันสร้างกล้ามท้องที่คลินิกชื่อดังย่านลาดพร้าว แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับผิดรูปจนส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ
ผู้เสียหาย ซึ่งใช้ชื่อว่า พี่หญิง เปิดเผยว่า ตนเห็นโฆษณาของคลินิกดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีการประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลายและดูน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจเข้ารับบริการดูดไขมันทำกล้ามท้องในราคา 39,999 บาท ตามที่ตกลงไว้ในตอนแรก อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางถึงคลินิก เปลี่ยนชุดและขึ้นเตียงผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว กลับมีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งว่า หากต้องการให้หน้าท้องออกมาสวย สมบูรณ์ ไม่ย้วย และได้สัดส่วน จะต้องชำระเงินเพิ่มเป็น 70,000 บาท เนื่องจากอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันและเตรียมผ่าตัดแล้ว เธอจึงจำใจยอมจ่ายเงินรวมทั้งสิ้น 70,000 บาท

หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ โดยกล้ามท้องมีลักษณะเบี้ยว หน้าท้องบวม โครงสร้างไม่ได้รูปตามที่ตกลงกัน อีกทั้งผิวบริเวณหน้าท้องยังเกิดรอยลายและเสียรูปทรง เมื่อพยายามติดต่อคลินิกเพื่อขอรับการดูแลหรือแก้ไขปัญหา กลับถูกพนักงานปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือและตัดช่องทางการติดต่อ แตกต่างจากช่วงก่อนเข้ารับบริการที่มีการโทรศัพท์และส่งข้อความติดตามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เมื่อเธอเข้าไปเขียนรีวิวเพื่อเตือนผู้บริโภครายอื่นบนหน้าเพจเฟซบุ๊กของคลินิก บัญชีของเธอก็ถูกแอดมินบล็อกและลบความคิดเห็นออกทันที

ด้วยความกังวลใจ ผู้เสียหายจึงเข้าปรึกษาแพทย์จากโรงพยาบาลแห่งอื่น ซึ่งแพทย์หลายแห่งให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า บาดแผลมีลักษณะไม่น่าพึงพอใจ เกิดร่องสกินลึก หน้าท้องแข็งเป็นก้อนคล้ายไตปลา และมีผังผืดบริเวณแผลผ่าตัด หากต้องการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างหน้าท้องใหม่ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 300,000 บาท

ต่อมา ผู้เสียหายพร้อมทนายความได้เดินทางกลับไปพบแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด พร้อมนำใบรับรองความเห็นจากแพทย์ของโรงพยาบาลอื่น รวมถึงเอกสารประเมินค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแก้ไขไปแสดง แต่แพทย์ยืนยันว่าพึงพอใจกับผลการผ่าตัด แม้ผู้เสียหายจะยืนยันว่าตนไม่พอใจอย่างมากก็ตาม นอกจากนี้ แพทย์ยังปฏิเสธการชดเชยค่าเสียหาย โดยอ้างว่าผู้เสียหายได้ลงนามในเอกสารยินยอมรับการรักษาก่อนผ่าตัดแล้ว พร้อมระบุว่าความเห็นจากแพทย์ของโรงพยาบาลอื่นเป็นการโจมตีเพื่อดึงผู้เสียหายไปเป็นลูกค้า ก่อนเสนอเพียงการนวดหน้าท้องด้วยคลื่นไฟฟ้าเพื่อปรับรูปทรง แต่ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ได้ ผู้เสียหายจึงปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวและไม่ยินยอมลงนามในเอกสารเพิ่มเติม พร้อมกล่าวกลับว่า หากแพทย์เห็นว่าผลงานดังกล่าวเป็นที่น่าพอใจจริง ก็ควรนำภาพหน้าท้องของเธอไปใช้โปรโมตบนเพจของคลินิก แต่แพทย์ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าภาพที่จะนำขึ้นเผยแพร่บนเพจจะต้องเป็นภาพที่สวยงามเท่านั้น
ผู้เสียหายยังเปิดเผยอีกว่า หลังจากถูกบล็อกช่องทางการติดต่อ ได้มีผู้เสียหายรายอื่นส่งข้อความส่วนตัวเข้ามาพูดคุยและเล่าประสบการณ์ในลักษณะเดียวกัน ทั้งกรณีถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายไม่ตรงกับที่โฆษณาไว้ จมูกเบี้ยวผิดรูป รวมถึงใบหน้าบวมจากการร้อยไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน ปัจจุบันเธอได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมด ทั้งข้อความสนทนา สลิปการโอนเงิน และภาพบาดแผล ยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และแพทยสภา เพื่อให้ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้เสียหายอย่างหนัก เธอยอมรับว่าไม่กล้าสวมใส่ชุดออกกำลังกายหรือชุดกีฬาอีกต่อไป เพราะสูญเสียความมั่นใจในรูปร่างของตนเอง และกำลังเผชิญภาวะซึมเศร้าจากความเครียดและความวิตกกังวลเกี่ยวกับบาดแผลที่เกิดขึ้น จึงเรียกร้องให้แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดออกมารับผิดชอบค่าเสียหาย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแก้ไข และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคโดยเร็ว