วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2569 กำหนดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcus Conjugate Vaccine: PCV) เป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้เด็กไทยเข้าถึงบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
ประกาศดังกล่าวมีสาระสำคัญว่า เห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข พ.ศ. 2565 โดยกำหนดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcus Conjugate Vaccine: PCV) อย่างต่อเนื่องจากการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ภายใต้การใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
อาศัยอำนาจตามมาตรา 5 วรรคสาม และมาตรา 18 (3) แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ประกอบกับมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงออกประกาศดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2569
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ข้อ 3 กำหนดให้บริการวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcus Conjugate Vaccine: PCV) เป็นประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต ซึ่งบุคคลมีสิทธิได้รับตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
ข้อ 4 ให้เพิ่มรายการบริการเป็นลำดับที่ 28 ในหัวข้อ 2. กลุ่มเด็กเล็กอายุ 0–5 ปี ของตาราง 1 แนบท้ายบัญชีหมายเลข 1 ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข พ.ศ. 2565 โดยกำหนดบริการวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcus Conjugate Vaccine: PCV) มีรายละเอียดกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ ครั้งที่ 1 เมื่ออายุ 2 เดือน ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 4 เดือน และครั้งที่ 3 เมื่ออายุ 12 เดือน สำหรับกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุ 2 เดือน-12 เดือน รวมจำนวน 3 ครั้ง
ข้อ 5 ให้เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้ และมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว

