จากกรณีสะเทือนใจ เมื่อ ครูทราย ได้ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม หลังสูญเสียสามีหนุ่มวัยเพียง 31 ปี อย่างกะทันหันด้วยอาการ หลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น หลังจากเข้าตรวจรักษา ณ โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมด้วยอาการแน่นหน้าอก เจ็บลามไปถึงปลายนิ้ว และเหงื่อท่วมตัว แต่สุดท้ายกลับถูกส่งตัวกลับบ้านจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการวินิจฉัยโรค รวมทั้งพฤติกรรมและการสื่อสารของแพทย์ผู้รักษา
ล่าสุดในรายการ โหนกระแส ครูทราย เล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า หลังจากหมอที่ทำการรักษาไล่ให้กลับบ้าน สามีก็ตั้งใจจะไปรับลูกกลับบ้าน ตอนบ่าย 3 โมง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีเวลาไปรับลูกด้วยตัวเอง จึงถือโอกาสที่ลาไปหาหมอไปรับลูกที่โรงเรียน
หลังจากรับลูกกลับมาที่บ้าน สามีก็นั่งเล่นกับลูกปกติ และรอจะไปหาหมอคนใหม่ ที่คลินิกช่วง 4-5 โมงเย็น แต่ปรากฎว่าตอนช่วงประมาณ 15.40 น. คนในบ้านตะโกนเรียกให้ตนที่อยู่บนชั้น 3 ลงมาดูสามี
และภาพที่ตนเห็นตอนนั้นคือ สามีนอนตาค้าง แน่นิ่งอยู่กับพื้น โดยมีลูกวัย 1.6 ขวบ เกาะขาของพ่อไว้ตลอด ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจมาก จากนั้นคนในบ้าน รวมถึงตัวครูทราย พยายามปั๊มหัวใจทำ CPR ให้สามี พร้อมโทรเรียกรถพยาบาล ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 4 นาที แต่รถพยาบาลกลับมาช้ามาก
เมื่อมาถึงโรงพยายาล ทีมแพทย์ฉุกเฉิน ได้พยายามปั๊มหัวใจยื้อชีวิตสามี ประมาณครึ่งชั่วโมง หัวใจกลับมาเต้น ทีมแพทย์ฉุกเฉิน ได้เดินมาแจ้งกับตน ซึ่งตอนนั้นรู้สึกโล่งใจ แต่ผ่านไปไม่กี่นาทีหัวใจของสามีก็หยุดเต้นอีกครั้ง ทีมแพทย์ฉุกเฉิน พยายามปั๊มหัวใจต่อ จนครบ 1 ชั่วโมง ก่อนจะเดินมาบอกตนให้พูดว่า ให้หยุดปั๊มหัวใจ เนื่องจากตนเป็นภรรยา
พอเล่ามาถึงตรงนี้ ครูทรายถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจ พร้อมพูดว่า หนูไม่สามารถพูดคำนั้นได้ หนูพยายามแล้ว ตอนหนูขอให้เขารักษา มาบอกว่าหนูเป็นประสาท แต่ตอนเขาจะเสียมาบอกให้หนูพูดว่าให้หยุด ทำไมใจร้ายมากเลย เขายังเล่นกับลูกอยู่เลย