เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) ได้ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง
พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของกิจการ ซึ่งจากข้อมูลที่จดทะเบียนพบว่ามีชื่อเจ้าของร้านและมารดาเป็นผู้ถือหุ้น ส่วนข้อสงสัยเรื่อง "หุ้นลม" นั้น อยู่ระหว่างสอบปากคำพนักงานเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ว่ามีบุคคลอื่นเข้ามามีบทบาทในการบริหารกิจการหรือไม่
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้สั่งตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังทั้งหมดของร้าน เพื่อตรวจสอบการรับ-จ่ายเงิน และจะทยอยเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าให้ปากคำตามลำดับความสำคัญ
สำหรับเจ้าของร้านตัวจริง ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ขณะนี้ยังไม่สามารถให้การได้ เนื่องจากยังต้องใส่ท่อช่วยหายใจและไม่รู้สึกตัว โดยพี่สาวของเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นผู้บริหารกิจการแทน แม้ไม่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น ก็ได้เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแล้ว
พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า ตำรวจติดตามอาการของเจ้าของร้านอย่างใกล้ชิด หากแพทย์ประเมินว่าสามารถสื่อสารได้ ก็จะเข้าดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาทันที ขณะที่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับผู้ใด
เบื้องต้นได้เตรียมพิจารณาความผิดหลายข้อหา ได้แก่ กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ, กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้, ต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับการเปิดสถานบริการ หากพบว่าดำเนินกิจการเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต
ด้านการประสานงานกับสำนักงานเขตจตุจักร ขณะนี้ทางเขตได้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการขออนุญาตก่อสร้างและประกอบกิจการมาให้บางส่วนแล้ว ส่วนเอกสารที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวม ขณะที่ยังไม่มีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่เขตอย่างเป็นทางการ แต่หากพบว่ามีการละเลยต่อหน้าที่ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน
ส่วนการตรวจสอบสภาพอาคาร ทั้งเรื่องวัสดุเพดาน ระบบโครงสร้าง และทางหนีไฟ กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบพื้นที่เสร็จสิ้นและคืนพื้นที่ให้ สน.ท้องที่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลจากสถาบันนิติเวชยังพบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดไม่ได้เสียชีวิตจากเปลวไฟโดยตรง แต่เสียชีวิตจากการสูดดมก๊าซพิษ โดยตรวจพบทั้งก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และไซยาไนด์ในร่างกาย ซึ่งเป็นสารที่ขัดขวางการนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ หากได้รับในปริมาณมากอาจเสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่เกิน 4 นาที
ก๊าซพิษดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ จนมีอาการแสบคอ ระคายเคืองทางเดินหายใจ และสำลักควัน ก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว
ในส่วนของการไฟฟ้านครหลวง พบข้อมูลสำคัญว่า เดิมร้านขอใช้ไฟฟ้าขนาด 30/100 ก่อนจะยื่นขอเพิ่มขนาดการใช้ไฟ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบ กลับถูกปฏิเสธโดยอ้างว่ายังไม่พร้อมให้ตรวจสอบ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทางร้านอาจมีการต่อเติมระบบไฟฟ้าเอง จนทำให้เกิดไฟฟ้าโอเวอร์โหลดและลัดวงจร ซึ่งต้องรอผลยืนยันจากกองพิสูจน์หลักฐาน สถาบันนิติเวช วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และข้อมูลจากสำนักงานเขต เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี
ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้วมากกว่า 100 ปาก และคดีได้รับเลขรับสำนวนเรียบร้อย คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อศาลได้ในระยะต่อไป
อีกประเด็นสำคัญที่ตำรวจให้ความสนใจ คือคำให้การของพนักงานร้านและลูกค้ากลุ่มแรกที่สามารถหลบหนีออกมาได้ โดยพบข้อมูลว่า ประตูทางหนีไฟหนึ่งบานถูกล็อกไว้ ต้องปลดล็อกก่อนจึงจะสามารถออกจากอาคารได้ ซึ่งตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบร่วมกับผลตรวจของกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อพิจารณาว่าประตูทั้ง 4 จุดเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ และการล็อกประตูดังกล่าวมีผลต่อการอพยพของผู้ที่อยู่ภายในอาคารมากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการพิจารณาข้อกล่าวหาต่อไป.