ศาลสั่งแบงก์ดัง ชดใช้ 1 ล้านบาท ปมปล่อยมิจฉาชีพดูดเงิน ชาล็อต หลังเที่ยงคืน
ศาลสั่งแบงก์ดัง ชดใช้ 1 ล้านบาท ปมปล่อยมิจฉาชีพดูดเงิน ชาล็อต หลังเที่ยงคืน
ข่าวสังคม - โซเชียล

ศาลสั่งแบงก์ดัง ชดใช้ 1 ล้านบาท ปมปล่อยมิจฉาชีพดูดเงิน ชาล็อต หลังเที่ยงคืน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.3955/2568 ระหว่าง บริษัท มิสชาล็อต จำกัด ผู้ให้บริการบริหารจัดการผลประโยชน์ของศิลปินและนักแสดง ในฐานะโจทก์ กับ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะจำเลย ตั้งเเต่วันที่ 8 ก.ค.69 ที่ผ่านมา กรณีฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานผิดสัญญาฝากทรัพย์ เป็นเงิน 4,000,000 บาท หลังบริษัทถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินออกจากบัญชี

คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7-8 ธันวาคม 2567 น.ส.ชาล็อต ถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และตำรวจไซเบอร์ โทรศัพท์หลอกว่ามีส่วนพัวพันคดีฟอกเงิน พร้อมข่มขู่และบังคับให้วิดีโอคอลต่อเนื่องนานกว่า 16 ชั่วโมง ก่อนหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นรวม 3 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 4,000,000 บาท

ต่อมา น.ส.ชาล็อต รู้ตัวว่าถูกหลอก จึงรีบอายัดบัญชี บันทึกคลิปหน้าจอการสนทนาไว้เป็นหลักฐาน และเดินทางแจ้งความที่ สน.สุทธิสาร ก่อนเข้าร้องทุกข์ต่อกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567

ภายหลัง บริษัท มิสชาล็อต จำกัด ยื่นฟ้องธนาคารกสิกรไทย โดยเห็นว่าการโอนเงินดังกล่าว โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกิดขึ้นหลังเที่ยงคืน เป็นธุรกรรมที่ผิดปกติและมีความเสี่ยงสูง แต่ธนาคารไม่มีมาตรการตรวจจับหรือแจ้งเตือนที่เหมาะสม ขณะที่ธนาคารยืนยันว่า ระบบป้องกันธุรกรรมมีมาตรฐาน และการโอนเงินเป็นไปตามเงื่อนไขปกติของระบบ

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การโอนเงินครั้งแรก จำนวน 2,000,000 บาท ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาทำการ เป็นธุรกรรมปกติที่ธนาคารไม่อาจทราบได้ว่าเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ แต่การโอนครั้งที่ 2 และ 3 รวม 2,000,000 บาท ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังเที่ยงคืน ถือเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ ธนาคารควรมีมาตรการตรวจสอบที่รัดกุมมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าโจทก์มีส่วนประมาทเลินเล่อจากการหลงเชื่อมิจฉาชีพ จึงกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายร่วมรับผิดชอบความเสียหายในส่วนดังกล่าวฝ่ายละ 50% และมีคำพิพากษาให้ธนาคารกสิกรไทยชดใช้เงินแก่ บริษัท มิสชาล็อต จำกัด เป็นจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2567 จนกว่าจะชำระเสร็จ รวมทั้งให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมศาลตามส่วนที่โจทก์ชนะคดี และค่าทนายความอีก 20,000 บาท

ด้าน ทนายเจมส์ นายนิติธร แก้วโต ระบุว่า คำพิพากษาคดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่สะท้อนว่า สถาบันการเงินอาจต้องร่วมรับผิดชอบ หากระบบตรวจสอบธุรกรรมไม่สามารถป้องกันหรือเฝ้าระวังความผิดปกติ โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งอาจเป็นแนวทางสำคัญในการคุ้มครองผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ