รฟม. แจงด่วน! หลังพบน้ำรั่ว-รอยร้าว บริเวณอุโมงค์รถไฟฟ้า
รฟม. แจงด่วน! หลังพบน้ำรั่ว-รอยร้าว บริเวณอุโมงค์รถไฟฟ้า
ข่าวสังคม - โซเชียล

รฟม. แจงด่วน! หลังพบน้ำรั่ว-รอยร้าว บริเวณอุโมงค์รถไฟฟ้า

ฟังข่าวนี้

9 กรกฎาคม 2569 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชี้แจงกรณีน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้า บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของอุโมงค์ พร้อมเร่งดำเนินการหยุดการรั่วซึมและยืนยันว่าสามารถควบคุมปริมาณน้ำได้แล้ว

รฟม. เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณบ่อรับน้ำใต้อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน (Sump Pit) ซึ่งอยู่ลึกจากผิวถนนประมาณ 30 เมตร ภายในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ - ดาวคะนอง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

จากการตรวจสอบเบื้องต้น สันนิษฐานว่าน้ำรั่วซึมมาจากบริเวณรอยต่อของบ่อรับน้ำใต้อุโมงค์ (Sump Pit) ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อความแข็งแรงของอุโมงค์แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ผู้รับจ้างก่อสร้างสัญญาที่ 4 อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการปรับปรุงคุณภาพดิน (Ground Improvement) เพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำ ควบคู่กับการควบคุมปริมาณน้ำที่รั่วซึมตามหลักวิศวกรรมอย่างใกล้ชิด โดยในขณะนี้สามารถควบคุมปริมาณการรั่วซึมได้แล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อการทรุดตัวของถนนและอาคารข้างเคียง

นอกจากนี้ รฟม. ได้กำชับให้ที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง PMCSC2 และผู้รับจ้างสัญญาที่ 4 ตรวจสอบและเฝ้าระวังความมั่นคงแข็งแรง รวมถึงความปลอดภัยของอาคารใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์

โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ รฟม. เพิ่มการเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาคารข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การสนับสนุน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ