วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ได้มีการรายงานข่าวความคืบหน้าสำคัญจากกรณีคดีทุจริตเงินบริจาค โดยเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 195/2568 ซึ่งมีคำสั่งลงโทษจำคุกอดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร
คดีนี้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวิรัติ หรือ อดีตพระเทพวัชรสิทธิเมธี อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และอดีตเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พระอารามหลวง ในความผิดฐานเบียดบังเงินงบการศึกษา
สำหรับพฤติการณ์ในคดีนั้น ระบุว่า ระหว่างที่นายวิรัติ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และเป็นผู้อำนวยการดูแลมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร (มจร.พิจิตร) ได้มีผู้ใจบุญมอบเงินบริจาคจำนวน 3,000,000 บาท เพื่อนำไปใช้พัฒนา มจร.พิจิตร โดยมีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายวิรัติ
อย่างไรก็ตาม นายวิรัติกลับไม่นำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีของมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังพบข้อมูลว่ามีการร่วมมือกับบุคคลภายนอก ซึ่งก็คือกลุ่มของ น.ส.วิลาวัลย์ หรือ สีกากอล์ฟ เบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวไปเป็นของตนเอง
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์สินโดยทุจริต และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ในช่วงที่ผ่านมาในชั้นฝากขังและพิจารณาคดี ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้อดีตเจ้าคณะจังหวัดรายนี้ต้องถูกควบคุมตัวในเรือนจำมาโดยตลอด
ล่าสุด ศาลได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยสั่งลงโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปี พร้อมทั้งมีคำสั่งให้จำเลยคืนเงินหรือชดใช้ราคาเงินจำนวน 3,000,000 บาท ให้แก่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร ผู้เสียหายในคดีนี้