หากกล่าวถึง ตราครุฑ หรือตราแผ่นดินของไทย เชื่อว่าหลายคนต้องคุ้นตากันเป็นอย่างดี เนื่องจากปรากฏอยู่บนเอกสารสำคัญรอบตัวเราอยู่เสมอ ตามคติความเชื่อโบราณ พญาครุฑ คือเทพพาหนะของพระนารายณ์ จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุข โดยเริ่มนำมาใช้อย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบแทนตราแผ่นดินเดิมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2453 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เป็นต้นมา
แต่ทราบหรือไม่ว่า หากเราลองพิจารณารายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ตราครุฑในหนังสือราชการไทยนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ที่มีความหมายและการใช้งานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
1. ครุฑเท้าตั้ง (ครุฑดุน): สัญลักษณ์เฉพาะองค์พระมหากษัตริย์

ลักษณะ: หากสังเกตที่บริเวณกรงเล็บหรือเท้าของพญาครุฑ จะมีลักษณะ “จิกงอตั้งขึ้น” คล้ายกำลังเตรียมพร้อมเหินทะยานสู่ฟากฟ้า พร้อมด้วยชฎาทรงสูงและเครื่องประดับที่วิจิตรงดงาม
การใช้งาน: ตรานี้ ใช้เฉพาะองค์พระมหากษัตริย์เท่านั้น โดยจะปรากฏอยู่บนหน้าปกราชกิจจานุเบกษา, หนังสือเดินทาง (Passport), ตราราชการของกรมราชองครักษ์ รวมถึงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องเป็นตัวแทนพระองค์ในการเจริญสัมพันธไมตรี
2. ครุฑเท้าเหยียดตรง: ตราสามัญของหนังสือราชการทั่วไป

ลักษณะ: กรงเล็บหรือเท้าของพญาครุฑจะมีลักษณะ “เหยียดกางตรงกางออกทางด้านข้าง” ไม่ได้จิกตั้งขึ้นเหมือนแบบแรก ชฎาทรงสั้น และมีเครื่องประดับที่เรียบง่ายกว่า
การใช้งาน: เป็นตราครุฑที่เราพบเห็นได้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน เพราะใช้ในหนังสือราชการปกติทั่วไป แต่มีความแตกต่างเรื่องของขนาด! คือ ถ้าเป็นหนังสือราชการภายนอก (ติดต่อระหว่างหน่วยงานหรือเอกชน) จะใช้ขนาดความสูง 3 เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นหนังสือราชการภายใน (บันทึกข้อความภายในหน่วยงาน) จะใช้ขนาดความสูง 1.5 เซนติเมตร
การทำความเข้าใจความแตกต่างของตราครุฑทั้งสองรูปแบบนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราทราบถึงระเบียบปฏิบัติราชการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนและความสำคัญของสัญลักษณ์ประจำชาติไทยอีกด้วย