เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร รายงานระบุว่า สสจ.ยโสธร แถลงสรุปเหตุอาหารเป็นพิษที่ รร.เทศบาล 3 ห้าธันวาคม พร้อมแผนระยะยาว ยกระดับมาตรการเข้มทั้งจังหวัด
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร นายแพทย์ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร แถลงสรุปผลกรณีการแพร่ระบาดของโรคอาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนเทศบาล 3 ห้าธันวาคม สังกัดเทศบาลเมืองยโสธร ซึ่งเริ่มมีเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยพบนักเรียนและครูมีอาการไข้สูง ถ่ายเหลว อาเจียน และปวดท้องเป็นจำนวนมาก และหลังทราบเรื่องด้วยความห่วงใย นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้นำทีมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมมีข้อสั่งการในการดำเนินการอย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอน เพื่อหาสาเหตุ แนวทางการช่วยเหลือเยียวยา และหาทางป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ
ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันระหว่างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร โรงพยาบาลยโสธร สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 อุบลราชธานี และเทศบาลเมืองยโสธร พบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 267 ราย เข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลยโสธรรวม 129 ราย เป็นผู้ป่วยใน (Admit) 55 ราย ที่เหลือเป็นผู้ป่วยนอก ปัจจุบันอาการดีขึ้นและกลับบ้านได้เกือบทั้งหมดแล้ว เหลือผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพียง 1 ราย
สำหรับต้นตอของโรค จากการสอบสวนโรคพบว่า สาเหตุเกิดจากการรับประทานข้าวหมูแดง ซึ่งเป็นเมนูอาหารกลางวันเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน โดยทีมสอบสวนโรคได้ตรวจพบเชื้อก่อโรคปนเปื้อนในหลายจุดของโรงเรียน เช่น บริเวณพื้นโรงครัว ภาชนะใส่สิ่งของ และอุปกรณ์ใส่อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งได้สะท้อนปัญหาไปยังผู้บริหารเทศบาลและโรงเรียน เพื่อวางแนวทางจัดการร่วมกัน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมาตรการระยะสั้นคือ การ Big Cleaning ทำความสะอาดโรงครัวและบริเวณโดยรอบเพื่อฆ่าเชื้อและทำลายแหล่งเพาะเชื้อ ปรับปรุงโครงสร้างโรงครัว ติดตั้งตาข่ายกันแมลงที่เป็นพาหะนำโรค ทำความสะอาดโต๊ะโรงอาหารและตู้ปรุงอาหารให้ปราศจากเชื้อ โดยมีการเน้นย้ำให้นักเรียนต้องได้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ภายใน 3 ชั่วโมง
ส่วนมาตรการระยะยาว คือการปรับปรุงโครงสร้างโรงครัวให้ได้มาตรฐานของกรมอนามัยและมาตรฐานโรงครัวโรงเรียน รวมถึงการติดตั้งระบบดักไขมันและระบบจัดการของเสียในโรงครัว นอกจากนี้ยังจะมีการดึงนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยกันสอดส่อง และดึงภาคส่วนในท้องถิ่นเข้ามาร่วมกำหนดมาตรฐาน ทั้งด้านโครงสร้าง วัตถุดิบ และสุขอนามัยของผู้ประกอบอาหาร
ที่สำคัญคือการจัดตั้งภาคีเครือข่ายเฝ้าระวัง โดยให้โรงเรียนประเมินตนเองตามเกณฑ์สุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัย ปีละ 2 ครั้ง โดยจากนี้ไปสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรจะร่วมมือกับเทศบาลและภาคีเครือข่าย เพื่อเฝ้าระวังเรื่องสุขาภิบาลอาหารอย่างใกล้ชิด โดยจะไม่ดูแค่โรงเรียนเทศบาล 3 ห้าธันวาคมเท่านั้น แต่จะขยายผลการเฝ้าระวังไปยังสถานศึกษาอื่นๆ ทั่วทั้งจังหวัดยโสธรเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ และในโอกาสนี้ยังมีข้อแนะนำไปยังผู้ปกครองในการร่วมกันฝึกฝนสุขอนามัยส่วนบุคคลให้แก่บุตรหลาน โดยยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ คือรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง และหมั่นล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารและโรคติดต่ออื่นๆ