วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. ที่วัดป่ามณีประชาราษฎร์ บ้านตาน็วง หมู่ 14 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.ธิดารัตน์ หรือ แป้ง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุถูกนายอานนท์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี อดีตแฟนหนุ่ม ขับรถพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ ขณะพลเมืองดีกำลังช่วยเหลือและพาเข้าไปส่งในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อที่ยังไม่สามารถทำใจต่อการสูญเสียครั้งนี้ได้ และร้องไห้ตลอดพิธี ท่ามกลางญาติที่คอยให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ขณะที่การจากไปของ น.ส.ธิดารัตน์ ยังทำให้ลูกสาววัย 5 ขวบ และลูกชายวัย 9 ขวบ ต้องสูญเสียแม่ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว

นางพรทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี น้าสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษอย่างสาสม เนื่องจากหลานสาวเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวและเดินทางไปทำงานเป็นประจำทุกวัน
น.ส.ธิดารัตน์ และนายอานนท์ มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 5 ขวบ ส่วนลูกชายวัย 9 ขวบ เป็นบุตรจากสามีเก่า โดยตลอดระยะเวลาที่คบหากัน ทั้งคู่มักมีปัญหากระทบกระทั่งกันอยู่บ่อยครั้ง ฝ่ายชายเคยทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตหลายครั้ง จนตัดสินใจขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา
หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุยังคงตามมาคุกคามและทำร้ายหลายครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ได้นำรถไปเฉี่ยวชนรถของผู้เสียชีวิตจนยางแตก และในวันที่ 7 มิถุนายน ผู้เสียชีวิตถูกทำร้ายและถูกรถพุ่งชนจนเสียชีวิตในที่สุด
น้าสาวระบุว่า ตลอดที่ผ่านมา หลานสาวเคยถูกทำร้ายจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลายครั้ง แต่ยอมอดทนเพราะเห็นแก่ลูก พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมผู้ก่อเหตุจึงไม่คำนึงถึงลูกทั้งสองคนที่จะต้องใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่มีแม่
ขณะเดียวกัน ลูกสาววัย 5 ขวบ ยังพอรับรู้ถึงการจากไปของมารดา เมื่อเห็นรูปหน้าศพก็พูดว่า หนูอยากอยู่กับแม่ ทำไมแม่ไม่นอนกับหนู ทำให้ครอบครัวยิ่งสะเทือนใจ และหลังจากนี้ญาติจะช่วยกันดูแลเด็กทั้งสองคนต่อไป

สำหรับผู้เสียชีวิตและนายอานนท์ ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจนมีลูกสาว 1 คน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายชายมักก่อเหตุทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ บางครั้งถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แม้ผู้เสียชีวิตจะพยายามขอเลิกราหลายครั้ง แต่ฝ่ายชายไม่ยินยอม โดยก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งวันยังมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นอีก
ด้าน นางสำราญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้แยกทางกับแฟนหนุ่มมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ หลังถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จึงขอให้ฝ่ายชายย้ายออกจากบ้านไปพักอาศัยในตัวเมือง
ที่ผ่านมา ทั้งคู่มักมีปากเสียงและทะเลาะกันเป็นประจำ โดยเหตุรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม จนลูกสาวต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ก่อนเหตุการณ์จะลุกลามกลายเป็นโศกนาฏกรรมในเวลาต่อมา
นางสำราญยอมรับว่า ไม่เคยคาดคิดว่าฝ่ายชายจะก่อเหตุรุนแรงถึงขั้นนี้ เพราะภายนอกเป็นคนหน้าตาดีและดูมีนิสัยเรียบร้อย อีกทั้งลูกสาวไม่เคยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมหรืออารมณ์ร้อนของฝ่ายชายให้ฟังมากนัก
ผู้เป็นแม่ยังเปิดเผยว่า ลูกสาวเคยถูกทำร้ายร่างกายมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงถูกพาไปทำร้ายบริเวณอ่างเก็บน้ำหลายครั้งเช่นกัน แต่ครอบครัวเลือกให้อภัยและให้โอกาสมาตลอด เพราะเห็นแก่หลานทั้งสองคน พร้อมกล่าวด้วยความเจ็บปวดว่า อยากรู้แค่ว่าลูกแม่ผิดอะไร ถึงต้องใช้ชีวิตแลกแบบนี้
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักสำคัญของครอบครัว คอยทำงานหาเลี้ยงพ่อแม่และลูก ๆ รวมทั้งแบ่งรายได้มาดูแลคนในบ้านอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การจากไปในครั้งนี้สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัว

ตลอดระยะเวลาที่คบหากันกว่า 6 ปี ฝ่ายชายเข้าออกบ้านเป็นประจำ และครอบครัวพยายามเปิดใจยอมรับมาโดยตลอด แม้ว่าลูกสาวจะเคยถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ขณะตั้งครรภ์ที่ต้องเย็บบาดแผลถึง 7 เข็ม
แม้ทั้งคู่จะเลิกรากันแล้ว แต่ฝ่ายชายยังไม่ยอมยุติความสัมพันธ์ ขณะที่ผู้เสียชีวิตมักใจอ่อนเมื่อได้พบหน้า จนกระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้นในที่สุด โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจ ครอบครัวจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตในวันถัดไป
ด้าน พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายอานนท์ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญามาตรา 66(2) มาตรา 66 วรรคท้าย มาตรา 78(3) และมาตรา 80
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่สมัครใจ และคดีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างมาก จึงมีการคัดค้านการประกันตัว