จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวที่เกาะเสม็ด อ่าวช่อ จังหวัดระยอง พร้อมระบุว่าเพื่อนในกลุ่มถูกชายแปลกหน้าบุกเข้าห้องพักภายในรีสอร์ตระดับ 4-5 ดาว ก่อนตั้งข้อสังเกตถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและการจัดการหลังเกิดเหตุ จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์
ล่าสุด วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ อ่าวช่อแกรนด์วิว ไฮด์อะเวย์ รีสอร์ต จังหวัดระยอง ผู้บริหารโรงแรมได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ทางโรงแรมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยหรือปกปิดข้อมูล แต่เห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของผู้เสียหาย และยังคงติดต่อประสานงานกับผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นผู้ก่อเหตุ ทางโรงแรมระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลภายนอก ไม่ใช่พนักงานของโรงแรม และไม่ได้เป็นผู้อยู่อาศัยบนเกาะเสม็ด โดยหลังเกิดเหตุสามารถติดตามตัวและจับกุมได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งพนักงานของโรงแรมเป็นผู้พบตัว ก่อนนำตัวมาให้กลุ่มผู้เสียหายชี้ยืนยันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัย ทางโรงแรมชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุมี Manager on Duty ปฏิบัติหน้าที่และตรวจตราพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากที่พักพนักงานประมาณ 200 เมตร ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ทันทีเมื่อมีการเรียกในช่วงแรก แต่เมื่อได้รับทราบเหตุ พนักงานได้เข้าตรวจสอบและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงภายในเวลาประมาณ 15 นาที
ทางโรงแรมยังยอมรับว่าไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยตรง แต่มี Manager on Duty คอยดูแลพื้นที่ และหลังเกิดเหตุได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เดินตรวจตราพื้นที่ตลอดคืน ตั้งแต่เวลา 22.00-08.00 น.
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงการสื่อสารของ General Manager หรือ GM ทางโรงแรมระบุว่า ต้องขออภัยหากการสื่อสารทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน พร้อมชี้แจงว่า หลังเกิดเหตุได้ย้ายผู้เสียหายไปพักยังโรงแรมอื่นทันที และไม่ได้นำห้องดังกล่าวไปเปิดให้ลูกค้ารายอื่นเข้าพักตามที่มีการกล่าวอ้าง
นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังยืนยันว่าได้ติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งข้อมูลจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และหลักฐานต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมให้ความร่วมมือในการดำเนินคดีอย่างเต็มที่ และยืนยันว่าต้องการให้มีการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุด
ทั้งนี้ ทางโรงแรมยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้งหรือเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบบุคคลภายนอกอย่างเข้มงวดมากขึ้น พร้อมกล่าวขออภัยต่อผู้เสียหาย ผู้เกี่ยวข้อง และชาวเกาะเสม็ดทุกคนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
