เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) จับกุมหญิงสาววัย 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อโอนเงินสูญกว่า 17 ล้านบาท หลังหลบหนีการจับกุมมานานหลายปี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผู้บังคับการปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสายตรวจ บก.ปพ. เร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในคดีดังกล่าว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย ร.ต.ต.สุเทพ ชิดมณี รองสารวัตร กก.สายตรวจ บก.ปพ. และ ส.ต.อ.กมล แดงเหลือบ ผบ.หมู่ กก.สายตรวจ บก.ปพ. สามารถจับกุม น.ส. เอ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ได้บริเวณหน้าตลาด ซอยจันทร์ทองเอี่ยม ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1650/2565 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2565
น.ส. เอ ถูกกล่าวหาในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือน อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
สำหรับพฤติการณ์ของคดี สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2565 มีกลุ่มมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หมายเลขโทรศัพท์ลงท้าย 2161 โทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหาย ซึ่งใช้หมายเลขลงท้าย 9253 โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทไปรษณีย์ไทย และตำรวจ สภ.อุดรธานี แจ้งว่าพบพัสดุตกค้างเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย และอ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน
จากนั้น กลุ่มคนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายส่งข้อมูลบัญชีธนาคารทั้งหมดเพื่อทำการตรวจสอบ ก่อนโน้มน้าวให้โอนเงินเข้าบัญชีที่อ้างว่าใช้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินหลายครั้งไปยังบัญชีม้าหลายบัญชี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 17 ล้านบาท
ภายหลังผู้เสียหายทราบว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการและเจ้าของบัญชีม้าได้อย่างต่อเนื่อง จนเหลือ น.ส. เอ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับรายสุดท้ายที่ยังหลบหนี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า น.ส. เอ หลบมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จึงวางแผนเข้าตรวจสอบ กระทั่งวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สายลับแจ้งเบาะแสว่าพบตัวผู้ต้องหาอยู่บริเวณจุดจับกุม เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบหญิงมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ ก่อนแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ
เบื้องต้น น.ส. เอ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปยัง กก.สายตรวจ บก.ปพ. เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุม ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางได้ฝากเตือนประชาชนว่า การเปิดบัญชีม้าให้ผู้อื่นใช้มีความผิดตามกฎหมาย อย่าหลงเชื่อรับจ้างเปิดบัญชีเพียงเพราะค่าตอบแทนไม่กี่พันบาท เพราะอาจต้องสูญเสียอิสรภาพในชีวิต อีกทั้งย้ำว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี หากพบพฤติการณ์ดังกล่าว ขอให้รีบวางสายทันที และแจ้งสายด่วน 1441 เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ