ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสาวแสบแก๊งสแกม หลอกชวนเปิดร้านค้าขายออนไลน์ ความเสียหายรวมเฉียด 3 ล้าน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสาวแสบแก๊งสแกม หลอกชวนเปิดร้านค้าขายออนไลน์ ความเสียหายรวมเฉียด 3 ล้าน
ข่าวสังคม - โซเชียล

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสาวแสบแก๊งสแกม หลอกชวนเปิดร้านค้าขายออนไลน์ ความเสียหายรวมเฉียด 3 ล้าน

ฟังข่าวนี้

วันกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมกันสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปพ. เข้าจับกุม น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2250/2568 ลงวันที่ 8 เมษายน 2568 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมออนไลน์

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวกำลังเดินทางมาจากพื้นที่ภาคใต้ด้วยรถโดยสารสาธารณะ จึงวางกำลังเฝ้าติดตาม ก่อนพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ และเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวพร้อมหมายจับให้ตรวจสอบ โดยหญิงสาวรายดังกล่าวยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 มีผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความ หลังถูกมิจฉาชีพชักชวนผ่านกลุ่มไลน์ชื่อ Shopping Center ให้อ้างลงทุนเปิดร้านค้าออนไลน์ โดยระบุว่าหากต้องการเพิ่มยอดขายจำเป็นต้องโอนเงินเพื่อ เปิดการมองเห็นร้านค้า และสต็อกสินค้าเพิ่มเติมเพื่อรับผลกำไร ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินรวม 11 ครั้ง ไปยังบัญชีต่าง ๆ

จากการตรวจสอบพบว่า หนึ่งในบัญชีที่รับโอนเงินคือบัญชีของ น.ส.เอ ซึ่งมีเงินถูกโอนเข้ามากกว่า 1,021,118 บาท ในครั้งเดียว โดยคนร้ายอ้างว่าเป็นค่าภาษีสำหรับถอนเงินออกจากระบบ แต่ท้ายที่สุดผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินได้จริง ส่งผลให้เกิดความเสียหายรวมกว่า 2.9 ล้านบาท ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ ก่อนชุดสืบสวนจะติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า น.ส.เอ ยังมีหมายจับอีกคดีของ สภ.เมืองราชบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 502/2568 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับพฤติการณ์ในคดีดังกล่าว พบว่ามีการเปิดเพจเฟซบุ๊กปลอม หลอกลวงประชาชนว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียได้ ก่อนให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันและโอนเงินค่าดำเนินการเข้าบัญชีของผู้ต้องหา รวม 10 ครั้ง เป็นเงินกว่า 852,000 บาท

จากการสอบปากคำเบื้องต้น น.ส.เอ ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง พร้อมยอมรับว่า เคยเดินทางไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 18,000 บาท ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการลงทุนที่อ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง รวมถึงการชักชวนทำงานต่างประเทศผ่านโซเชียลมีเดียโดยไม่มีใบอนุญาตถูกต้อง พร้อมเตือนว่า การรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร หรือบัญชีม้า อาจทำให้ตกเป็นผู้ต้องหาในขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามกฎหมายร้ายแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ