รู้แล้วสาเหตุ! หมอเฉลยชัด กรณีเด็ก 7 ขวบลูกชิ้นติดคอ ช่วยไว้ทัน แต่สุดท้ายไม่รอด
รู้แล้วสาเหตุ! หมอเฉลยชัด กรณีเด็ก 7 ขวบลูกชิ้นติดคอ ช่วยไว้ทัน แต่สุดท้ายไม่รอด
ข่าวสังคม - โซเชียล

รู้แล้วสาเหตุ! หมอเฉลยชัด กรณีเด็ก 7 ขวบลูกชิ้นติดคอ ช่วยไว้ทัน แต่สุดท้ายไม่รอด

ฟังข่าวนี้

เกิดเหตุสะเทือนใจบนโลกออนไลน์ เมื่อเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ได้ออกมาเผยข้อมูลกรณีเด็กชายวัย 7 ขวบรายหนึ่งที่สำลักลูกชิ้นระหว่างรับประทานอาหาร จนเกิดภาวะทางการแพทย์รุนแรงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากรายงานระบุว่า เด็กชายวัย 7 ขวบมีอาการสำลักลูกชิ้นจนเกิดการอุดตันทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีอาการตัวเขียว ก่อนที่ผู้ปกครองจะสามารถช่วยนำลูกชิ้นออกมาได้ทัน และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยในช่วงแรกเด็กยังสามารถพูดคุยกับแพทย์ได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน อาการกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงเหลือประมาณ 60 - 70% ก่อนจะเกิดภาวะไตวาย และต้องเข้ารับการฟอกไต ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

แพทย์อธิบายว่า จุดสำคัญของเหตุการณ์นี้อยู่ที่ช่วงเวลาที่ร่างกายขาดออกซิเจน เนื่องจากการที่เด็กมีอาการตัวเขียวสะท้อนว่าทางเดินหายใจถูกอุดตัน ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งแม้จะนำสิ่งอุดตันออกได้ในภายหลัง แต่อวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ ปอด และไต อาจได้รับความเสียหายตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว

นอกจากนี้ สาเหตุที่อาการยังทรุดลงหลังถึงโรงพยาบาล อาจเกิดจากการมีเศษอาหารตกค้างในหลอดลมหรือปอด หรือปอดได้รับความเสียหายจากภาวะขาดออกซิเจน ทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซผิดปกติ ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงต่อเนื่อง

ในส่วนของภาวะไตวาย แพทย์ระบุว่าเกิดจากการที่เลือดมีออกซิเจนต่ำเป็นเวลานาน ทำให้ไตซึ่งเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนสูงได้รับความเสียหายจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

ขณะที่การเสียชีวิตหลังเหตุการณ์ 2 - 3 วัน แพทย์ชี้ว่าเป็นลักษณะของภาวะโดมิโน ที่อวัยวะต่าง ๆ ค่อย ๆ ล้มเหลวตามกัน หลังได้รับผลกระทบจากการขาดออกซิเจนอย่างรุนแรงในช่วงแรก

พร้อมกันนี้ แพทย์ยังเน้นย้ำถึงการป้องกัน โดยระบุว่าอาหารที่มีลักษณะกลม ลื่น และมีขนาดพอดีกับหลอดลม เช่น ลูกชิ้น องุ่น ไส้กรอก หรือเยลลี่ ถือเป็นอาหารเสี่ยงสูง ควรหั่นให้เล็กหรือผ่าตามยาว และต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดขณะรับประทานอาหาร

นอกจากนี้ยังแนะนำวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากเกิดการสำลักรุนแรง เช่น ไอไม่ออก พูดไม่ได้ หรือหายใจไม่ได้ ให้ใช้วิธีตบหลัง 5 ครั้ง สลับกับการกระทุ้งหน้าท้อง 5 ครั้ง และรีบโทรแจ้งสายด่วนแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที

แพทย์เตือนเพิ่มเติมว่า ไม่ควรล้วงคอโดยไม่เห็นสิ่งอุดตัน เพราะอาจทำให้วัตถุเข้าไปลึกกว่าเดิม และไม่ควรพึ่งพาอุปกรณ์ช่วยสำลักเพียงอย่างเดียว แต่ควรเรียนรู้การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญ ที่สะท้อนว่า การสำลักอาหารแม้จะดูเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่หากเกิดในระดับรุนแรง อาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ