จากกรณีเมื่อกลางดึก วันที่ 25 เม.ย. 69 นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ผู้เป็นแม่ และ นางบี (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี น้าสาว เข้าร้องขอความเป็นธรรม หลังนายซี (นามสมมุติ) บุตรชายและหลานชาย ถูกกำนันตำบลแห่งหนึ่ง ใน จ.พัทลุง เข้ามาลากตัวขณะนอนหลับอยู่ภายในบ้าน แล้วใส่กุญแจมือไพล่หลัง ก่อนนำตัวไปมัดไว้กับต้นมะม่วงหน้าบ้าน พร้อมกับตบไปที่ใบหน้า 2 ครั้งอย่างแรง จนตาเขียวช้ำ และเตะซ้ำไปอีก 1 ครั้ง จากนั้น ได้นำรังมดแดง 4 รัง โดยเคาะที่หัว 3 รัง และวางไว้ข้างตัวอีก 1 รัง โดยอ้างว่า มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจับภาพนายซีขณะแอบเข้าไปขโมยด้วงของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้
แม่และน้าสาว ระบุอีกว่า แม้ลูกชายและหลานชาย ร้องขอว่าอย่าทำแบบนี้ แต่กำนันไม่สนใจ ปล่อยให้มดแดงรุมกัดจนต้องทรมานนานกว่า 4 ชั่วโมง แม่และน้าสาวจึงขับรถไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ให้เดินทางมาช่วยเหลือ และถอดกุญแจมือ ซึ่งหากปล่อยไว้นานกว่านี้อาจจะทนความเจ็บปวดไม่ไหว เมื่อตำรวจมาถึงได้ช่วยไขกุญแจมือออก พบตามลำตัวเต็มไปด้วยรอยมดกัด ตุ่มบวมแดง และโคนต้นมะม่วงมีร่องรอยดิ้นทุรนทุรายจนเป็นหลุม
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (26 เม.ย. 2569) แม่และน้าสาว ได้พานายซี ที่ถูกกำนันจับมัดไว้กับต้นมะม่วงแล้วนำรังมดแดงมาเคาะใส่หัว จนได้รับความทุกข์ทรมาน เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ที่ สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เพื่อเอาผิดกับทางกำนัน
โดยนางเอ ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า กำนันทำเกินกว่าเหตุ ใส่กุญแจมือลูกชาย ทั้งยังตบ เตะ และเอารังมดแดงมาเคาะใส่หัว แม้ตนขอร้องก้มกราบหลายครั้งในจังหวะที่กำนันกระทำ แต่กำนันก็ไม่ยอม แต่กำนันก็ไม่ยอม ซึ่งมาถึงตรงนี้ตนก็ไม่ยอมเช่นกัน และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ตนยอมรับว่าลูกชายอาจมีนิสัยไม่ดี แต่ถ้าเขาทำผิดก็แจ้งความจับส่งตำรวจ ให้กฎหมายดำเนินคดี ไม่ใช่ใช้ศาลเตี้ยแบบนี้