มาร์ก ระทม! เผยสาเหตุ Meta โดนโทษหนัก สั่งปรับ 1.2 หมื่นล้านบาท
มาร์ก ระทม! เผยสาเหตุ Meta โดนโทษหนัก สั่งปรับ 1.2 หมื่นล้านบาท
ข่าวสังคม - โซเชียล

มาร์ก ระทม! เผยสาเหตุ Meta โดนโทษหนัก สั่งปรับ 1.2 หมื่นล้านบาท

ฟังข่าวนี้

วันที่ 28 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ BBC รายงานว่า ศาลในรัฐ นิวเม็กซิโก ประเทศ สหรัฐอเมริกา มีคำสั่งให้ Meta ชำระค่าปรับจำนวน 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.23 หมื่นล้านบาท หลังคณะลูกขุนวินิจฉัยว่า บริษัททำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของเด็กบนแพลตฟอร์มของตน

คำตัดสินระบุว่า Meta ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp มีส่วนรับผิดชอบต่อการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงเนื้อหาทางเพศ รวมถึงปล่อยให้เกิดการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กบนแพลตฟอร์ม

อัยการสูงสุดของรัฐนิวเม็กซิโกระบุว่า คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็น หมุดหมายทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่รัฐสามารถเอาผิด Meta ในประเด็นความปลอดภัยของเด็กได้สำเร็จ ขณะที่บริษัทออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วย และเตรียมยื่นอุทธรณ์ โดยยืนยันว่าบริษัทได้พยายามพัฒนามาตรการดูแลความปลอดภัยผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยถึงความท้าทายในการจัดการเนื้อหาอันตรายและผู้ไม่หวังดี

คณะลูกขุนยังเห็นว่า Meta ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐ ด้วยการให้ข้อมูลที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้อายุน้อย นอกจากนี้ ยังมีคำให้การจากอดีตพนักงานที่เปิดเผยว่าบริษัทรับรู้ปัญหาการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กมาเป็นเวลานานแล้ว

หนึ่งในพยานสำคัญ ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารฝ่ายวิศวกรรม เปิดเผยว่า การทดลองภายในพบว่าเยาวชนถูกแนะนำเนื้อหายั่วยุทางเพศ และบุตรสาวของเขาเองเคยถูกบุคคลแปลกหน้าชักชวนเชิงทางเพศผ่านอินสตาแกรม

ด้าน Meta ชี้แจงว่าบริษัทได้พัฒนาเครื่องมือปกป้องผู้ใช้อายุน้อยอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิดตัวบัญชี Teen Accounts ในปี 2024 เพื่อให้วัยรุ่นควบคุมประสบการณ์ใช้งานได้มากขึ้น รวมถึงฟีเจอร์แจ้งเตือนผู้ปกครองเมื่อมีการค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายตัวเอง

ทั้งนี้ ค่าปรับรวม 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาจากการที่คณะลูกขุนพิจารณาว่ามีการละเมิดกฎหมายหลายพันครั้ง โดยแต่ละครั้งมีโทษปรับสูงสุด 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ อัยการระบุปิดท้ายว่า ผู้บริหารของ Meta รับรู้ถึงผลกระทบต่อเด็กมาโดยตลอด แต่กลับเพิกเฉยต่อคำเตือนภายใน และให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงต่อสาธารณะ โดยคำตัดสินครั้งนี้สะท้อนเสียงของครอบครัว ครู และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเด็กว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องยุติปัญหาดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ