ไม่รอดแล้ว! เจ้เจีย อาชญากรจีนตัวเป้ง หนีหมายจับ ซ่อนตัวในไทย
ไม่รอดแล้ว! เจ้เจีย อาชญากรจีนตัวเป้ง หนีหมายจับ ซ่อนตัวในไทย
ข่าวภูมิภาค

ไม่รอดแล้ว! เจ้เจีย อาชญากรจีนตัวเป้ง หนีหมายจับ ซ่อนตัวในไทย

ฟังข่าวนี้

4 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1 เปิดปฏิบัติการตามนโยบาย “ไม่ให้อยู่” ไล่ติดตามจับกุมอาชญากรต่างชาติไม่พึงประสงค์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อเนื่องถึงจังหวัดปทุมธานี ก่อนควบคุมตัว “เจ้เจีย” หญิงชาวจีน อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับประเทศจีน ฐานปลอมแปลงเอกสารสร้างความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ที่กำชับให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศดำเนินการตามแนวทางของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตามมาตรการของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยในลักษณะนักท่องเที่ยว แต่กลับมีพฤติการณ์กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยใช้มาตรการ 3 ไม่ ได้แก่ ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ และไม่ให้รอด

พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (ผบก.ตม.1) ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผู้กำกับการสืบสวน บก.ตม.1 นำกำลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรต่างชาติที่ไม่พึงประสงค์ หลังได้รับการประสานข้อมูลรายชื่อจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ผ่านกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างต่อเนื่อง

ภายหลังดำเนินการตามปฏิบัติการ “ไม่ให้อยู่” เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.ตม.1 ได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตามบุคคลเป้าหมาย จนกระทั่งวันที่ 4 สิงหาคม 2569 สามารถควบคุมตัว Mrs.NAJIA (นามสมมติ) อายุ 47 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับต่างประเทศของประเทศจีน ในข้อหา “ปลอมแปลงใบแจ้งหนี้”

พฤติการณ์ของผู้ต้องหา คือ ใช้บริษัทเอกชนดำเนินการซื้อใบแจ้งหนี้จากบริษัทต่าง ๆ โดยไม่มีการทำธุรกรรมจริง เพื่อนำไปใช้ในการฉ้อโกงภาษีมูลค่า 35 ล้านหยวน หรือคิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ก่อนหลบหนีเข้ามาพำนักในประเทศไทย โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ การแต่งกาย ทรงผม และอาชีพอยู่ตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่

จากการสืบสวนพบว่า Mrs.NAJIA (นามสมมติ) มีพฤติกรรมเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี โดยแสดงตัวเป็นผู้ประกอบการที่เดินทางระหว่างจังหวัดจันทบุรีและกรุงเทพมหานคร เพื่อติดต่อซื้อขายและนำทุเรียนเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ อีกทั้งยังไม่มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง มีการเช่าบ้านและห้องพักหลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพมหานครและบริเวณตลาดไท จังหวัดปทุมธานี รวมถึงพักอาศัยตามบ้านเพื่อน บ้านเช่า และห้องเช่า เพื่อสร้างภาพว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจผักผลไม้ทั่วไป และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง พบว่านางเจียฉัดฯ มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ เปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนยานพาหนะ และเปลี่ยนเสื้อผ้าการแต่งกายในแต่ละวัน โดยมีการเปลี่ยนที่พักอาศัยรวม 4 แห่ง และเปลี่ยนยานพาหนะ 5 คัน ส่งผลให้การติดตามจับกุมเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบช่องทางเข้าถึงตัวผู้ต้องหา จากการที่นางเจียฉัดฯ ติดต่อเจรจาธุรกิจเกี่ยวกับทุเรียน โดยพยายามสร้างบทบาทเป็นนักธุรกิจอย่างแนบเนียน ก่อนที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 จะเข้าควบคุมตัวได้บริเวณที่พักใกล้ตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติในทุกรูปแบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ