สลดไฟคลอกตาวัย 72 เสียชีวิต ก่อไฟต้มน้ำคลายหนาวยามเช้า
สลดไฟคลอกตาวัย 72 เสียชีวิต ก่อไฟต้มน้ำคลายหนาวยามเช้า
ข่าวภูมิภาค

สลดไฟคลอกตาวัย 72 เสียชีวิต ก่อไฟต้มน้ำคลายหนาวยามเช้า

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 ม.ค.2569 ร.ต.อ.ดาวรุ่ง เทาทองสุข รองสว. (สอบสวน) สภ.โคกโพธิ์ไชย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า พบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในกองเพลิงภายในไร่อ้อย ทางทิศตะวันตกของบ้านซับเจริญ ห. 10 ต.ซับสมบูรณ์ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พร้อมด้วยนายบุญรอด ขาวเขาอ้อ, พ.ต.อ.พิทักษ์เขต สิงห์พิทักษ์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น แพทย์เวร รพ.โคกโพธิ์ไชย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมัญจาคีรี ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรศพผู้เสียชีวิต

ที่เกิดเหตุพบแผ่นสังกะสีจำนวนมากกองทับกันอยู่กับพื้น พบซากรถจักรยานยนต์ 1 คัน ล้อรางรถไถนา และพบร่างชาย อายุ 72 ปี สภาพร่างถูกไฟไหม้เกรียม นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้นดินต่างระดับ ทางลงไปยังสระน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร ใกล้จุดพบศพ เจ้าหน้าที่พบเตาอั้งโล่ พร้อมหม้อต้มน้ำตั้งอยู่ โดยมีแผ่นสังกะสีจำนวนมากทับไว้ และยังพบควันไฟคุกรุ่นกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

บุตรชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า มารดาเสียชีวิตมาหลายสิบปี ทำให้บิดาไม่ยอมพักอาศัยอยู่ที่บ้าน และออกมาสร้างกระท่อมเล็ก ๆ อยู่ใกล้สระน้ำภายในไร่อ้อย ซึ่งตนเองได้ย้ายออกมาสร้างกระท่อมพักอาศัยอยู่ห่างจากบิดาประมาณ 30 เมตร อยู่คนละฝั่งของสระน้ำ และคอยดูแลหุงข้าวหาอาหารมาให้ทุกวัน โดยปกติบิดาเป็นคนตื่นเช้า มักก่อไฟต้มน้ำชงกาแฟ และในช่วงอากาศหนาวจะก่อไฟผิงหนาวบริเวณรอบกระท่อมเป็นประจำ ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากหลับอยู่ ตื่นเช้ามาเห็นควันไฟ เมื่อเข้าไปตรวจสอบไม่พบตัวบิดา จึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้เชื่อว่า บิดาน่าจะก่อไฟต้มน้ำชงกาแฟและผิงหนาว ก่อนที่ไฟจะลุกลามไหม้สิ่งของภายในกระท่อมอย่างรวดเร็ว บิดาอาจพยายามลงไปตักน้ำจากสระมาดับไฟ แต่เกิดสำลักควันหมดแรงล้มลงและถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

ขณะที่ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย กล่าวว่า จากการสอบสวน ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุจากการก่อไฟ ทำให้เกิดการสำลักควันจนหมดแรง และถูกไฟคลอกเสียชีวิต นอกจากนี้ ชาวบ้านใกล้เคียงยังให้ข้อมูลว่า ผู้ตายมักเก็บสะสมขวดพลาสติก ยางรถจักรยานยนต์เก่า และเศษกระดาษไว้ภายในกระท่อม ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เมื่อเกิดไฟไหม้จึงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่แผนกนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ เพื่อตรวจสอบสาเหตุการตายอีกครั้ง ว่ามีบาดแผลอื่น หรือมีเขม่าควันในปอดหรือไม่ ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ