เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง โต้ หลังเพจดังแฉ ลั่นเป็นเพียงข่าวลือ อาจมีคนอิจฉา
เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง โต้ หลังเพจดังแฉ ลั่นเป็นเพียงข่าวลือ อาจมีคนอิจฉา
ข่าวภูมิภาค

เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง โต้ หลังเพจดังแฉ ลั่นเป็นเพียงข่าวลือ อาจมีคนอิจฉา

ฟังข่าวนี้

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ กรณี Pages  กูอิแฉ บวกหมดไม่สนใคร เผยแพร่ เรื่องราว พระโกงเงินวัด มีเงิน100ล้าน มีลูกเมียหลายคน โดยระบุข้อความว่า พระรูปนี้โกงเงินวัด เงินศาลา เงินที่ญาติโยมถวาย ไปให้ลูกให้เมียใช้อย่างสุขสบาย มีเงินเป็น 100 ล้าน มีเมีย 3 คน!  คนแรกชื่อกระแต (มีลูกชาย 1คน ) นานๆจะแว๊บมา มาถึงก็มีสัมพันธ์กัน และเอาเงินไปเต็มกระเป๋า

คนที่2 อดีตเคยเป็นพนักงานวัด มีลูกสาวด้วยกัน 1 คนใช้ชีวิตสุขสบายมีบ้านอยู่ที่อ่อนนุช 60,66 มีบ้านหลายหลัง ลูกสาวงานการไม่ทำ แต่มีเงินเป็น 100 ล้าน! 

คนที่3 คนงานวัดปัจจุบันมีผัวอยู่แล้ว เพื่อความสุขสบาย มีเงินทองบ้านซื้อเงินสด ขับรถคันเป็นล้าน มีเงินฝากมากมาย มีรีสอร์ท ห้วยแม่ปู อยู่ทางภาคเหนือ #วัดดังหัวลำโพง วัดหัวลำโพง พระราม 4 สามย่าน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ พระธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง และเจ้าคณะภาคหนึ่ง 1 ประธานกรรมการ อายุ82ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พระครูปริยัติวัฒนกิจ ปัจจุบันอายุ 66 ปี เป็นพระนักเรียนดีเด่นที่บวชอยู่กับวัดมาตั้งแต่เยาว์วัย จบการศึกษาทางธรรมและทางโลกในระดับสูง และเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส ทำหน้าที่เลขานุการวัด รวมถึงดูแลงานฌาปนกิจศพและสั่งงานคนงานภายในวัด

พระธรรมสุธี ยืนยันว่า พระครูปริยัติวัฒนกิจไม่เคยถือเงินวัดหรือมีอำนาจจัดการบัญชีของวัด การเบิกถอนเงินจากธนาคารเป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสเพียงผู้เดียว โดยต้องใช้บัตรประชาชนและลายเซ็นของตนกำกับทุกครั้ง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการโกงเงินจำนวนมหาศาลตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่า รายได้ของวัดไม่ได้สูงขนาดหลักร้อยล้าน เพราะเพียงแค่ค่าน้ำค่าไฟในแต่ละเดือนก็ต้องใช้เงินกว่า 2-3 แสนบาทแล้ว

สำหรับข้อกล่าวหา เรื่องความสัมพันธ์กับสีกา เจ้าอาวาสชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงเช่นกัน โดยผู้หญิงที่พบเห็นอยู่กับพระครูปริยัติวัฒนกิจส่วนใหญ่เป็นเพียงญาติพี่น้องของท่าน ไม่เคยปรากฏว่ามีสีกาคนนอก และหากมีการพาดพิงถึงคนงานวัดบางรายว่าเป็นสีกา ก็อาจเป็นผลจากความขัดแย้งเรื่องงานที่เกิดขึ้นบ้าง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเชิงชู้สาวอย่างที่ถูกกล่าวหา

พระธรรมสุธี เผยอีกว่า ตนเองตั้งใจอโหสิกรรมให้กับผู้ที่นำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่ และยังไม่คิดจะฟ้องร้อง แต่ต้องการให้สังคมรับฟังข้อมูลที่ถูกต้อง และย้ำว่าการจะกล่าวหาใครต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ขณะเดียวกันพระครูปริยัติวัฒนกิจได้ยืนยันกับตนโดยตรงว่า ข่าวที่ถูกเผยแพร่ไม่เป็นความจริง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้อยู่ที่วัดและยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ