ครอบครัววิน จยย.ร่ำไห้ รับร่างบำเพ็ญกุศล เชื่อสามียังอยู่ใกล้ตัว 24 ชม. ด้านลูกสาวเผย เพิ่งต่อเติมบ้านและรอพ่อมารับปริญญา
ครอบครัววิน จยย.ร่ำไห้ รับร่างบำเพ็ญกุศล เชื่อสามียังอยู่ใกล้ตัว 24 ชม. ด้านลูกสาวเผย เพิ่งต่อเติมบ้านและรอพ่อมารับปริญญา
ข่าวภูมิภาค

ครอบครัววิน จยย.ร่ำไห้ รับร่างบำเพ็ญกุศล เชื่อสามียังอยู่ใกล้ตัว 24 ชม. ด้านลูกสาวเผย เพิ่งต่อเติมบ้านและรอพ่อมารับปริญญา

ฟังข่าวนี้

วันที่ 12 ก.ย. 2568 นางเตชีนิ หนูทอง ภรรยาจยย.ที่ถูกหลานชายใช้อาวุธปืนยิง 7 นัด เสียชีวิตภายในซอยเทอดไท 33 พร้อม นำ.ส.ญานิกา พัฒนศิลป์ บุตรสาว เดินทางเข้ารับศพ นาย พูลสวัสดิ์ หรือ จุ่น อายุ 45 ปี ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบางสะแกนอก ย่านตลาดพลูเขตธนบุรี กรุงเทพฯ โดยจะมีการสวดอภิธรรมศพ 3 คืน และจะฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พร้อมกับยืนยันว่า ขณะนี้ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ครอบครัวจะต้องดำเนินชีวิตอยู่ให้ได้

สำหรับคู่กรณีที่ก่อเหตุเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมายังเห็นว่าได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหน้าตาเฉยไม่มีความสำนึกผิดไม่มีการกล่าวคำขอโทษใดๆโดยครอบครัวยืนยันว่าจะไม่อโหสิกรรมแต่พร้อมจะดำเนินคดีจนถึงที่สุดถึงแม้ว่าจะเป็นญาติกันก็ตามเพราะที่ผ่านมาไม่เคยนับญาติ แต่ต่อหน้าสื่อมวลชนกับพูดอีกอย่าง ทั้งๆที่ครอบครัวตนเองเป็นผู้เสียหายพร้อมระบุว่าปัญหาดังกล่าวมีมานานแล้วแต่ไม่ถึงขั้นใช้ความรุนแรง

ส่วนปัญหาการปล่อยสุนัขยอมรับว่าคู่กรณีมักจะปล่อยสุนัขออกจากบ้านมาในช่วงเช้าของทุกวันทำให้มากีดขวางการจราจรและเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายกับผู้ตายและตนเองคนในครอบครัวอีก ครั้งทั้งเมื่อวานที่ผ่านมา พ่อของผู้ก่อเหตุยังพูดลักษณะว่าสามีของตนเองสมควรxาย อีกทั้งเรื่องการสูญเสียไม่ใช่เรื่องตลกแต่กลับมีการหัวเราะซึ่งควรที่จะรู้สึกสำนึกผิดเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าไม่งั้นจะมีการพกพาอาวุธปืนมาก่อเหตุได้อย่างไร โดยที่ผู้เสียชีวิตไม่รู้ตัว

ส่วนกรณีบ้านที่เป็นมรดกตกทอดนั้นทางผู้ตายไม่เคยคิดมาก เพราะครอบครัวได้ไปหาบ้านเช่าแต่ยอมรับว่ามีบางครั้งที่ไปขอเข้าห้องน้ำกลับถูกพูดตามกระแนะกระแหนทั้งๆที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นของย่า ซึ่งเป็นแม่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตไม่เคยเรียกร้องและยอมมาตลอด

ทางนี้ ยืนยันว่าครอบครัวจะต้องเดินต่อไปให้ได้โดยเชื่อว่าสามียังคงอยู่ใกล้ๆ ตัว ตลอดเวลา เพราะช่วงที่มีชีวิตอยู่นั้นจะอยู่ใกล้ชิดกันตลอด 24 ชั่วโมงไม่เคยห่างกันและที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีลางบอกเหตุมาก่อน

ส่วนลูกสาวกล่าวว่า เพิ่งต่อเติมบ้านให้พ่อใหม่และพ่อก็เพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ได้เพียง 10 วันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวหากพ่อรับรู้ได้ก็อยากบอกพ่อว่ารักพ่อรักพ่อ ขณะที่ก่อนหน้านี้ปีการนัดแนะเรื่องการไปรับปริญญาบัตรตนเองก็รอพ่อแต่สุดท้ายแล้วพ่อต้องมาจบชีวิตแบบนี้

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ