จับตา 31 บิ๊กธุรกิจเทคโนโลยี-อู่ต่อเรือ ตบเท้าเข้าสภาฯ ร่วมกมธ.ทหาร ดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจฯ-Offset Policy ราเชน รับตรงๆ ต่างชาติคงไม่ให้เทคโนโลยีชั้นสูง
จับตา 31 บิ๊กธุรกิจเทคโนโลยี-อู่ต่อเรือ ตบเท้าเข้าสภาฯ ร่วมกมธ.ทหาร ดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจฯ-Offset Policy ราเชน รับตรงๆ ต่างชาติคงไม่ให้เทคโนโลยีชั้นสูง
ข่าวการเมือง

จับตา 31 บิ๊กธุรกิจเทคโนโลยี-อู่ต่อเรือ ตบเท้าเข้าสภาฯ ร่วมกมธ.ทหาร ดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจฯ-Offset Policy ราเชน รับตรงๆ ต่างชาติคงไม่ให้เทคโนโลยีชั้นสูง

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 404 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา มีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย (Offset Policy) ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร โดยมี นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะกรรมาธิการการทหาร เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้ มีวาระที่น่าสนใจ ช่วงหนึ่ง คือ การพิจารณาเตรียมความพร้อมจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนาอุตสาหกรรม พ.ศ. .... ซึ่งที่ประชุมมีมติกำหนดจัดงานในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา โดยมีรูปแบบการแถลงความสำคัญของนโยบาย Offset Policy, การอภิปรายร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงการจัดกิจกรรมแสดงบทบาทสมมุติการจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย

จากการตรวจสอบข้อมูล พบประเด็นน่าสนใจว่า ที่ประชุมอนุกรรมการฯ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวน 150 คน แต่จุดที่ต้องจับตาคือ มีมติเชิญผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งสิ้น 31 บริษัท เข้าร่วมสัมมนาและจัดนิทรรศการแสดงสินค้าเพื่อประชาสัมพันธ์บริษัทโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โดยเมทริกซ์ธุรกิจทั้ง 31 ราย ถูกจัดหมวดหมู่กระจายไปตาม 5 กลุ่มเทคโนโลยีและยุทธศาสตร์หลัก อาทิ

กลุ่ม A Land System & Ammunition (ระบบภาคพื้นและกระสุนวัตถุระเบิด) บจ.ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์, บจ.เนแรค อาร์มส อินดัสตรี, บจ.เอสดีที คอมโพสิท, บจ.บุลเล็ท มาสเตอร์, เครือบริษัท โชคนาชัย, บจ.อินโวสตาร์, บจ.คอปเปอร์ เมททอล และ บจ.เอเชีย เฮฟวี่ ทรานสปอร์ต    

กลุ่ม B Naval Systems (ระบบทางเรือและอู่ต่อเรือ) บมจ.มาร์ซัน, บมจ.เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์, บจ.แอ็คมี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) และ บจ.ยูนิไทย ซิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง      

กลุ่ม C A/C & UAV (อากาศยานและโดรน) บจ.อุตสาหกรรมการบิน และ บจ.จี-ฟอร์ซ คอมโพสิตส์        

กลุ่ม D C4ISR/Electronic Warfare/Cyber/Telecommunications (ระบบสั่งการ ควบคุม สื่อสาร คอมพิวเตอร์ ข่าวกรอง สงครามอิเล็กทรอนิกส์ ไซเบอร์ และโทรคมนาคม) บจ.ซิสทรอนิกส์, บจ.เอส ซี พี ซิสเต็ม, บมจ.เน็ตเวย์, บจ.อาร์ วี คอนเน็กซ์ (สำนักงานใหญ่), บจ.แอนด์เลส เอ็นจิเนียริ่ง ซิสเท็ม, บจ.ซาบ เอเชีย แปซิฟิค ยูไนเต็ด และ บจ.ทาเลส ประเทศไทย      

กลุ่ม E Local Intermediary (ตัวแทนและผู้ประกอบการในประเทศ): บจ.เอ็มแทน คามีเอล, บจ.จันทร์เกษมอินเตอร์เนชั่นแนล, บจ.โกลเด้น ซัพพลาย, บจ.ไฮ-เทค เอเจ โฮลดิ้ง, บจ.กฤษณะโกลบอล, บจ.เสรี สรรพกิจ, บจ.ฟิโก้ เทคโนโลยี แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง, บมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย, บจ.จตุภัส และ บจ.เคเอชที ไฟร์อาร์มส์    

ด้าน นายราเชน ตระกูลเวียง ในฐานะกรรมาธิการการทหาร ได้เปิดเผยถึงแนวทางและมุมมองต่อการดึงภาคเอกชนรายใหญ่เข้ามาร่วมในนโยบายจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชยนี้ โดยยอมรับตรงๆ ว่าคงไม่ได้เทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างชาติ แต่ต้องการมาตรฐานเพื่อประโยชน์ของประเทศ    

"...งั้นเอาเบสิกที่ที่สามารถที่จะเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ แล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งเขาแล้วก็ทั้งประเทศเรา แล้วผมเชื่อว่าอย่างไร เขาคงไม่เอาเทคนิคชั้นสูงนี่ มามาเผยแพร่ให้กับเรา แต่สิ่งที่เราต้องการก็คือ เราต้องการสแตนดาร์ดที่มัน เป็นมาตรฐาน แล้วก็เกิดประโยชน์ต่อ ต่อ อุตสาหกรรม และก็ประเทศของเรา"    

นอกจากนี้ นายราเชน ยังกล่าวถึงกระบวนการจัดกิจกรรมจำลองสถานการณ์ ในงานสัมมนาที่จะเกิดขึ้นด้วยว่า ได้มีการเตรียมซักซ้อมกระบวนการกับเจ้าหน้าที่ประจำแผนกอย่างรัดกุมก่อนที่จะเริ่มสถานการณ์จริง    

อย่างไรก็ดี การเคลื่อนไหวของอนุกรรมาธิการฯ ในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ความร่วมมือทางเศรษฐกิจฯ ผ่านนโยบาย Offset Policy ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งจะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบาทของ 31 บริษัทกลุ่มทุนความมั่นคงและเทคโนโลยีระดับประเทศเหล่านี้ ว่าจะส่งผลกระทบและส่วนได้ส่วนเสียต่อทิศทางการจัดซืั้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในอนาคตอย่างไรต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ