เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ขอให้เปิดเผยรายชื่อและระงับการบรรจุแต่งตั้ง (แช่แข็ง) บุคคลที่มีชื่อพัวพันในกระดาษคำตอบต้องสงสัยจำนวนกว่า 3,000 ราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
ทนายอั๋น กล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือเรียกร้องให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกระทรวงมหาดไทย ชะลอหรือแช่แข็งการประกาศรายชื่อผู้สอบได้ในส่วนของผู้ที่มีรายชื่อพัวพันกับหลักฐานกระดาษคำตอบต้องสงสัยจำนวนกว่า 3,000 ราย หลังทราบว่ากระทรวงมหาดไทยเตรียมประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ประมาณ 6,600 อัตรา

โดยเห็นว่าผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบในคดีทุจริต หากมีการประกาศรายชื่อและบรรจุเข้ารับราชการก่อน เมื่อบุคคลเหล่านี้เข้าไปดำรงตำแหน่ง มีอำนาจใช้อำนาจทางปกครอง ลงนามคำสั่งราชการ และรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏ อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อราชการและประชาชน
ทนายอั๋นยืนยันว่า ข้อเรียกร้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ให้ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต เพื่อไม่ให้ผู้สอบสุจริตเสียสิทธิ์ และให้ระงับหรือแช่แข็งเฉพาะกลุ่มผู้มีรายชื่อพัวพันกว่า 3,000 รายไว้ก่อน จนกว่าการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อผู้ที่อยู่ในกลุ่มต้องสงสัย เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและป้องกันการแก้ไขข้อมูลหรือการสับเปลี่ยนรายชื่อในภายหลัง โดยเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมายโดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

ทนายอั๋น เปิดเผยอีกว่า วันพรุ่งนี้จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาชน เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม พร้อมระบุว่ามีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคดีที่จะนำเสนอ
ในหนังสือที่ยื่นระบุว่า ก.กลาง มีมติเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ยกเลิกคำสั่งชะลอการบรรจุแต่งตั้ง และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียกรายงานตัวผู้สอบแข่งขันได้ตามบัญชีเดิม เพื่อบรรจุเข้ารับราชการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยใช้แนวคิด ประกาศรับรองไปก่อน แล้วค่อยดำเนินการภายหลัง หากพบความผิด
อย่างไรก็ตาม ทนายอั๋นเห็นว่า แนวทางดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้กับการบรรจุข้าราชการได้ เนื่องจากจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ หากภายหลังพบว่ามีผู้กระทำผิดจริง

หนังสือยังระบุถึงความกังวล 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงในการปกปิดข้อมูลหรือสับเปลี่ยนรายชื่อผู้ต้องสงสัย เนื่องจากรายชื่อและกระดาษคำตอบกว่า 3,000 ราย ที่ตรวจยึดได้จากบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งอาจเปิดช่องให้มีการแก้ไขฐานข้อมูลหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดได้
อีกประเด็นคือ ความเสียหายด้านงบประมาณและการบริหารราชการ หากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ จะมีสิทธิรับเงินเดือน สวัสดิการ และใช้อำนาจตามกฎหมาย หากภายหลังถูกเพิกถอนการบรรจุ อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางราชการที่บุคคลดังกล่าวเคยลงนาม และทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น

ท้ายหนังสือ ทนายอั๋นเรียกร้องให้ ก.กลาง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ เปิดเผยรายชื่อผู้ที่อยู่ในกลุ่มพัวพันกระดาษคำตอบต้องสงสัยทั้ง 3,000 ราย เพื่อความโปร่งใส และออกคำสั่งระงับการบรรจุแต่งตั้งเฉพาะกลุ่มดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสำนวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ ส่วนผู้สอบได้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินการบรรจุตามปกติ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์
พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า หากหน่วยงานรัฐยังคงเดินหน้าบรรจุบุคคลที่มีรายชื่อพัวพันกับหลักฐานการทุจริตเข้ารับราชการ โดยไม่มีมาตรการคัดแยกหรือระงับไว้ก่อน จะดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อไป