เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อน แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865 ไร่ ว่า แยกออกมาเป็น 5 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก 55,000 ไร่ ประกาศเป็นที่ดิน ส.ป.ก. เมื่อปี 2521 ซึ่งเราประกาศอุทยานแห่งชาติทับลานปี 2524 ดังนั้น กลุ่มนี้ต้องคืนเขาตามกฎหมาย, กลุ่มที่ 2 หมู่บ้านไทยสามัคคี ซึ่งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2520 มอบ 8,000 กว่าไร่ ให้กับผู้ที่สู้รบในช่วงการปราบปรามคอมมิวนิสต์และมีภาพถ่ายทางอากาศชัดเจนว่า อยู่ก่อนการประกาศอุทยาน
กลุ่มที่ 3 จำนวน 80,000 กว่าไร่ เป็นที่หมู่บ้านด้านความมั่นคงในอดีต ส่วนนี้เป็นมติ ครม. เมื่อปี 2535 แต่กลุ่มที่ 4 จำนวน 100,000 กว่าไร่ เรายังไม่ให้ถอน เพราะมีคดีในกลุ่มนี้เยอะมาก เนื่องจากอยู่นอกเขต ส.ป.ก. และนอกเขตที่ดินป่าไม้ ซึ่งจะต้องทำการพิสูจน์ก่อน เพราะมีชาวบ้านที่อยู่ตั้งแต่ปี 2540 กว่าๆ และมีภาพถ่ายทางอากาศ ดังนั้น ต้องพิสูจน์เป็นรายๆ ประมาณ 5,200 ราย และกลุ่มที่ 5 เป็นพื้นที่ราชพัสดุของหน่วยงานทหารไว้ใช้ซ้อมรบ ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด ประมาณ 6,000 กว่าไร่ จึงต้องยกให้กับราชพัสดุ เพื่อไปทำการเช่ากับทหาร ดังนั้นเราตัดเนื้อที่ไปจริงๆ ประมาณ 155,000 ไร่ แต่เราได้ไปเอาพื้นที่ที่เป็นป่าไม้ กับพื้นที่เกือบ 90,000 ไร่ เติมกลับเข้ามาเพิ่มเติม
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สื่อมวลชนต้องให้ความเป็นธรรมว่าประชาชนเหล่านี้ ไม่ได้มีที่ดินของตัวเอง และอยู่กันแบบยากจนประมาณ 2-3 หมื่นครอบครัว อีกทั้งเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ติดตามเรื่องนี้ และเมื่อวาน (15 มิ.ย.) ได้อยู่ในที่ประชุมด้วย จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อพิสูจน์สิทธิร่วมกับ ส.ป.ก. ให้กับประชาชน ทั้งนี้เป็นเรื่องที่ตกค้างมาเกือบ 50 ปี ถ้าไม่ทำวันนี้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของกรมอุทยานฯ เข้าไปหากมีการแจ้งความ และเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม สุดท้ายเราก็ไม่อยากจะก้าวล่วงคำพิพากษาของศาล แต่ความตั้งใจของประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว เขาต่อสู้ก็มีสิทธิที่จะชนะมาก และอยู่ก่อนที่จะมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่หลายคนเป็นห่วง มีการจดขึ้นทะเบียนมรดกโลกปี 2548 ซึ่งได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการมรดกโลกแล้วว่า พื้นที่ที่มีปัญหาทั้ง 5 กลุ่ม เป็นพื้นที่บัฟเฟอร์โซน ซึ่งเป็นพื้นที่แนวกันชนอยู่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันว่าสิ่งที่ทำในวันนี้เป็นการปฏิบัติตามมติ ครม. ตั้งแต่ปี 2520 และ 2535
ในส่วนของ 3 กลุ่มแรก เราต้องทำตามกฎหมายอยู่แล้ว กลุ่มที่ 5 เป็นพื้นที่ของทหารใช้ซ้อมรบ ส่วนกลุ่มที่ทุกคนเป็นห่วงคือกลุ่มที่ 4 ที่เกี่ยวกับรีสอร์ทต่างๆ เราจับหมดแน่นอน เพราะขณะนี้เป็นคดีอยู่ เราไม่ได้พิสูจน์สิทธิเพื่อให้กลุ่มทุนได้ทำรีสอร์ท แต่ต้องใช้อำนาจทางกฎหมายของกรมป่าไม้ป่า ในการนำพื้นที่ของรัฐตามเดิม แต่เป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. ซึ่งผมเข้าใจที่หลายคนอาจจะดูเพียงแค่การสัมภาษณ์หรือพาดหัวข่าว ที่บอกว่าเราตัดป่าไปแสนกว่าไร่ แต่ความเป็นจริงคือเราเอากลับคืนมามากกว่า 90,000 ไร่ ซึ่งกระจายไปยังสามกลุ่มแรก ที่ต้องปฏิบัติตามมติของ ครม.
เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาในการพิสูจน์สิทธิ นายสุชาติ กล่าวว่า ในกลุ่มที่ 4 ที่มีประชาชนบางท่านอยู่มาก่อนตั้งแต่ปี 2540 กว่าๆ เราได้ให้กรมอุทยานฯ ไปพิสูจน์สิทธิประมาณ 6 เดือน แต่ย้ำว่ายังไม่ใช่การยกหรือตัดให้ ส่วนกลุ่มที่ 1, 2, 3 และ 5 ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้คณะคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. พร้อมทั้งมีความเห็นแนบท้ายว่าหน่วย ส.ป.ก. คณะกรรมการและหน่วยงาน ที่จะมีกรมป่าไม้เข้าไปร่วม เป็นคณะกรรมการด้วยพิจารณาสิทธิ ต้องร่วมออกความเห็นออกมาเป็นรายแปลง
นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า นายกฯ กำชับตน ว่าต้องให้ความเป็นธรรม ในเรื่องของประชาชนที่ยากจนจริงๆ และอยู่ในพื้นที่มาก่อนมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน และต้องให้ความเห็นใจ กับกลุ่มอนุรักษ์หรือเอ็นจีโอด้วย ซึ่งเราเป็นเจ้าหน้าที่ต้องอยู่ตรงกลาง แต่หากไม่ทำก็จะเกิดการตกค้าง และทำไม่เสร็จสักที แต่ถือว่าโชคดีที่เราทำการปรับปรุงแผนที่แนวที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) ที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้นำมาใช้พิสูจน์ได้
ผมอยู่ตรงกลาง แต่ถ้าไม่ทำก็เห็นใจชาวบ้าน ส่วนเรื่องกฎหมายคงไม่มีใครกล้าหยิบมาทำ เพราะไม่ว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ต้องฟ้อง แต่เมื่อเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเขาฟ้องร้องเรา เราก็ต้องยอมรับเพราะเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองหรือครอบครัว ซึ่งผมไม่มีสักหนึ่งตารางวา แต่ผมทำเพื่อประชาชนที่ยากไร้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกฯ