หายสงสัย! เผยสาเหตุแท้จริง จุฑามาศ ซารัมย์ โดนศาลสั่งฟันฟ้าผ่า-ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
หายสงสัย! เผยสาเหตุแท้จริง จุฑามาศ ซารัมย์ โดนศาลสั่งฟันฟ้าผ่า-ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
ข่าวการเมือง

หายสงสัย! เผยสาเหตุแท้จริง จุฑามาศ ซารัมย์ โดนศาลสั่งฟันฟ้าผ่า-ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

ฟังข่าวนี้

จากกรณีศาลฎีกาเผยแพร่คำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อม 12/2565 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง และนางจุฑามาศ ซารัมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ถูกร้อง ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาในแวดวงการเมืองท้องถิ่น หลังศาลมีคำพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่ง พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

คดีดังกล่าวมีต้นเหตุมาจากการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. โดยพบว่า นางจุฑามาศไม่ได้แจ้งรายการเงินฝากในธนาคารออมสินจำนวน 847,654.71 บาท รวมถึงสลากออมสินมูลค่า 2 ล้านบาท ทำให้ถูกกล่าวหาว่าจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จและปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

ระหว่างการพิจารณาคดี ผู้ถูกร้องชี้แจงว่า เงินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของนายธีรวัฒน์ ซารัมย์ พี่ชาย ซึ่งเป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการและเป็นบุคคลไร้ความสามารถที่อยู่ภายใต้การดูแลของตน จึงมิใช่ทรัพย์สินที่ต้องนำมายื่นแสดงต่อ ป.ป.ช.

อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาได้ตรวจสอบรายการเดินบัญชีและพยานหลักฐานต่าง ๆ แล้วเห็นว่า คำชี้แจงดังกล่าวยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ โดยพบข้อพิรุธหลายประการ ทั้งความไม่สอดคล้องกันของรายการรับเงินบำนาญกับจำนวนเงินที่นำไปซื้อสลากออมสิน รวมถึงเส้นทางการเงินที่มีลักษณะผิดไปจากวิสัยปกติของบุคคลทั่วไป

ศาลยังระบุว่า มีการนำเงินสดจำนวน 1 ล้านบาทเก็บไว้เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนนำฝากเข้าบัญชีของผู้ถูกร้องเพียง 5 วัน แล้วถอนออกไปซื้อสลากออมสินในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับคำกล่าวอ้างว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของบุคคลอื่น

นอกจากนี้ บัญชีธนาคารทั้งสองบัญชียังมีชื่อของนางจุฑามาศเป็นเจ้าของบัญชีโดยตรง ประกอบกับพยานหลักฐานที่นำมาแสดงไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นของพี่ชาย ศาลจึงรับฟังได้ว่า เงินฝากและสลากออมสินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของผู้ถูกร้อง และมีหน้าที่ต้องแจ้งไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ ศาลจึงวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

ดังนั้น ศาลจึงมีคำพิพากษาให้นางจุฑามาศ ซารัมย์ พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก นับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้เป็นเวลา 1 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ