วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้007 ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตโฆษกและกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ น.ส.ภคอร จันทรคณา นายสรกฤช จันทรคณา และกลุ่มทหารผ่านศึกพี่น้องเพื่อนนักรบทหารไทยทุกหมู่เหล่า นำโดย อิศรพงศ์ ณ เชียงใหม่ ประธานกลุ่มทหารพราน และนายอนุลักษณ์ ชอบสะอาด ประธานยุทธศาสตร์ด้านกฎหมายของกลุ่ม ร่วมแถลงข่าวแสดงจุดยืนสนับสนุนนโยบายช่วยเหลือทหารผ่านศึกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติเงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก ตั้งแต่ปี 2565 ร่วมกับอดีต ส.ส. มากกว่า 20 คน เพื่อผลักดันให้ทหารผ่านศึกได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมาหลายสมัย แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ โดยปัจจุบันหน่วยงานส่วนใหญ่ได้แสดงความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการพิจารณาของฝ่ายบริหาร
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีเป้าหมายในการดูแลทหารผ่านศึกผู้ถือบัตรชั้น 2 ชั้น 3 และชั้น 4 ทั่วประเทศประมาณ 700,000 คน ซึ่งปัจจุบันยังได้รับสวัสดิการไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะด้านค่ารักษาพยาบาลที่หลายกรณียังต้องสำรองจ่ายเอง ขณะที่ทหารผ่านศึกบัตรชั้น 1 ได้รับการดูแลอยู่แล้ว

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทหารผ่านศึกประมาณ 70,000 คน หรือมากกว่า 70,000 ครอบครัว กลุ่มกรุงเทพบินได้จึงผลักดันให้นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 7 นำนโยบายจ่ายเงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึกเดือนละ 3,000 บาทต่อคน บรรจุเป็นหนึ่งในนโยบายหลักในการหาเสียงเลือกตั้ง
นายมงคลกิตติ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครมีศักยภาพด้านงบประมาณเพียงพอที่จะดำเนินโครงการดังกล่าว โดยหากคำนวณจากจำนวนทหารผ่านศึกประมาณ 70,000 คน จะใช้งบประมาณราว 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นการตอบแทนผู้ที่เคยเสียสละรับใช้ประเทศชาติและยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังเชิญชวนทหารผ่านศึกที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต ให้สนับสนุนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 7 โดยยืนยันว่ากลุ่มกรุงเทพบินได้มีความตั้งใจจริงในการผลักดันสวัสดิการให้แก่ทหารผ่านศึก และพร้อมผลักดันนโยบายดังกล่าวให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้